PIJITRA's profile☆~I'm Happy because I'm ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Weather

Loading...
Angels & Demons
Bleach
Cromartie High School
Death Note
Holes
Inugami Clan
Kosoado no mori no monogatari
Le village aux huit tombes
Tales of the Otori
The Da Vinci Code
Twinkle Twinkle
Vagabond, Volume 24 (Vagabond (Graphic Novels))

☆~I'm Happy because I'm Stupid~☆

Photo 1 of 7
More albums (55)
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
C Bulyalertwrote:
เข้ามาดูรูปโอกินาวา แล้วนั่งน้ำตาซึม คิดถึงโอกินาวา แต่คิดถึงน้องแอนมากกว่า
Aug. 19
แก เป็นไงบ้าง ตอนนี้กลับมาจากเกาะแล้ววะ แต่ก่อนอื่น เเนะนำเพื่อนแกให้ชั้นรู้จักก่อนเลย 555
 
คิดถึง
May 26
parichatwrote:
โอกินาวาซึมเข้าเส้นเลือดป้า
Feb. 12
เรามาปูเสื่อนั่งรอดูรูปที่โอกินาวาอย่างสงบ ไหงมีแต่แมวฟะ
Feb. 8
ไอ้บ้าไม่ได้หมายถึงแก ชั้นอ่านเจอ แล้วชอบ เลยเอามาลง แล้วแกก็อย่าเครียดละ เดี๋ยวแก่เร็ว 555
Dec. 18
February, 2008

โอกินาว่าเดส

2008-01-28

วันที่จะออกเดินทางไปโอกินาว่า ต้องตื่นเช้ามาด้วยความเหม็นกลิ่นแขก หลอนจริง ๆ
เพราะว่าคืนก่อนหน้านั้น เราไปลาออกงานจากร้านอาหารอินเดียมา

เมื่อห้าวันที่แล้ว ก่อนไปโอกินาว่า เราไปสมัครทำงานที่ร้านอาหารอินเดียมา ด้วยหวังว่าจะเก็บตังค์หาเงินไปเที่ยว (จริง ๆ อยากจะใช้เงินซื้อแมคบุค แต่เครื่องเดิมก็ยังใช้ได้ดีอยู่ เลยไม่รู้จริง ๆ ว่าจะซื้อใหม่ไปทำไม) แต่แล้วก็ทำได้แค่ห้าวัน เพราะทนไม่ไหวในหลาย ๆ เรื่อง และไหน ๆ ก็จะหนีไปเที่ยวโอกินาว่าสิบวันอยู่แล้ว ก็เลยขอลาออกไปเลย

เจ้าของร้านแทบจะร้องไห้ พอเราบอกว่าจะขอเลิกทำงานแล้ว

คืนนั้นก็เลยนั่งเม้าท์กับเพื่อนฝูง กว่าจะได้เข้านอนก็ตีสี่ ...
กระเป๋าล่ะ ...?

แหงแซะ.. ก็เพิ่งเอาเสื้อผ้ามาจับยัดลงกระเป๋าตอนเช้าไงล่ะ

จริง ๆ เครื่องบินออกจากนาโงย่าประมาณบ่ายสองห้าสิบ ถ้าออกจากบ้านราว ๆ เที่ยงก็จะไปถึงพอดี แต่เนื่องจากเป็นวันธรรมดาที่ยังมีชม.เรียนที่มหาลัยอยู่ ถ้าออกเที่ยงครึ่ง เราต้องเดินฝ่าฝูงชน ผ่านโรงอาหาร ด้วยสัมภาระมากมาย
เลยกะว่าออกซักเกือบ ๆ เที่ยงดีก่า จะได้ไปนั่งสำรวจตู้เช็คอินอัตโนมัติที่สนามบินด้วย

แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะถึงเดินออกจากบ้านตอนเกือบ ๆ เที่ยง ก็ยังเจอคนนู้นคนนี้อยู่ดี
เจอพี่แพรด้วย พี่แพรกำลังจะออกไปกินข้าวที่โรงอาหารพอดี

เดินทางจากสนามบินเซนแทรของนาโงย่า ถึงสนามบินนาฮา ใช้เวลาสองชม.
แอร์สายการบินนี้ใจดี แจกลูกอม
ใจดีมาก ๆ บินสองชม.ได้ลูกอมอย่างเดียว... สวัสดีค่ะ

ตอนเครื่องบินวน ๆ อยู่บนเกาะ เราตื้นเต้นมาก เพราะ.. กลัวเกิดอะไรขึ้นตอนเครื่องลงจอด - -
ก็มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วไม่เห็นอะไรเลยนี่นา
มืดมัวน่ากลัว มาก ๆ
กัปตันประกาศว่า อุณหภูมิภาคพื้นประมาณยี่สิบองศา และฝนตกเล็กน้อย

เอาอีกแล้วหรือ?
มาโอกินาว่าครั้งที่สอง ก็ยังเจอฝนอีกแล้วหรือนี่..พระเจ้าช่วย..
เอาวะ อยู่ตั้งสิบวัน ถ้าฝนจะตกทุกวันก็ให้มันรู้ไป ฮึ่ย

พอถึงนาฮาปุ๊บ ก็รีบซื้อตั๋วโมโนเรลต่อไปที่พัก
ซึ่งที่พักที่พี่ผึ้งจองให้นี้เป็นเกสต์เฮาส์ ที่เจ๊บอกว่า เป็นที่ที่ค่อนข้างดี แต่เป็นอารมณ์ประมาณเหมือนหอ ..

ไม่มีปัญหา เราไม่มีปัญหาเรื่องการอยู่หออยู่แล้ว

เกสต์เฮาส์ที่นี่ชื่อว่า SORA HOUSE ตามแผนที่ เค้าบอกว่า ลงจากสถานีแล้ว ให้ข้ามแยกไปแค่แยกเดียว แต่..ทำไมตูเดินเกือบจะถึงท่าเรืออยู่แล้ว ยังหาไม่เจอเลยวะ - -?
นึกไปแล้วก็ขำ ทรมานจริง ๆ เดินหอบกระเป๋า กลางสายฝน แว่นก็เปียก มองไม่ค่อยเห็น จะถอดหรือจะใส่ก็มีค่าเท่ากัน หึหึ
สุดท้ายทนไม่ไหว แวะซื้อร่มที่แฟมมิลี่มาร์ท (หกร้อยเยนแหน่ะ) แล้วก็เดินวน ๆ อยู่แถวนั้นอยู่นาน สุดท้าย เดินกลับมาหลบฝนที่ไปรษณีย์ แล้วก็โทรหาบ้านโซระ บอกว่า เนี่ย อยู่ไปรษณีย์แล้ว แต่หาไม่เจอว่าบ้านอยู่ไหน เค้าก็บอกว่า งั้นเดี๋ยวออกไปรับ เราก็ เฮ้ย ออกมารับเลยหรอวะ
ปรากฎว่า บ้านที่ว่านั่น อยู่ข้าง ๆ ไปรษณีย์นี่เอง หึหึ กว่าจะหาเจอ เราก็เดินเลยไปซะไกลลิบ

ตอนแรกตกกะใจ ว่าทำไมบ้านมาอยู่ชั้นสี่กับชั้นห้าของตึกร้าง ๆ นี่
แต่พอเข้าไปข้างใน  โอ้โห ประทับใจมาก ๆ บ้านน่ารักสุด ๆ


ตอนที่ไปถึงมีสตาฟอยู่สองคน คือ นาโอมิจัง กับ ฮิซาเอะจัง ตอนแรกเรากลัวฮิซาเอะมาก
เพราะว่าเค้าดูดุ ๆ แต่พอได้คุยไปเรื่อย ๆ เค้าน่ารักมาก ๆ และเค้าก็บอกว่าให้เรียกเค้าว่า "ฮิสะ" ก็ได้ ส่วนนาโอะมิก็บอกว่า เรียกเค้าว่า "นาโอะ" ก็แล้วกัน
   ←  คนนี้แหละ ฮิสะ


พอคุยกันไปซักพัก เค้าก็เริ่มถาม ว่าเพื่อนของเราที่จะมาัพักด้วย จะมากี่โมง
พูดยังไม่ทันขาดคำ เจ๊ผึ้งโทรมา "แอนหนี้ ชื่อจริงแอนหนี้เขียนยังไง" ตึ่ง...
ซักพัก ก็เป็นใครซักคนนี่แหละ เปลี่ยนสายมาคุยเป็นภาษาญี่ปุ่น

"สวัสดีค่ะ คุณพ.จ.ต.ใช่มั้ยคะ คุณเป็นนักเรียนอยู่ที่นาโงย่าหรอคะ คุณเป็นเพื่อนกับคุณจ.ต.พ.ใช่มั้ยคะ คุณทราบมั้ยคะว่าเพื่อนของคุณอยู่โอกินาว่า แล้วคุณทราบมั้ยคะว่าเค้าวางแผนเดินทางมาเที่ยวโอกินาว่า ตั้งแต่เมื่อเดือนสิบเอ็ดปีที่แล้วนะคะ แล้วคุณทราบมั้ยคะว่า ฉอด ๆ ๆ ๆ ๆ ....."

อึ้ง เอ๋อแดร่ก มันเป็นใครฟะ อยู่ดี ๆ ก็ใส่ ๆ ๆ ๆ เป็นชุด
คือกุทราบน่ะค่ะว่าเพื่อนกุมาเที่ยวโอกินาว่าค่ะ เพราะกุกำลังรอเพื่อนอยู่ค่ะเนี่ย
ในใจก็คิดว่า คงเป็นต.ม.โทรมาสัมภาษณ์แน่ แต่ไม่ได้เอะใจอะไรมากมาย ก็เลยได้แต่นั่งรอ
รอเจ๊ผึ้งว่าจะมาถึงกี่โมง - -

อาหารมื้อแรกที่โอกินาว่า ฝากท้องไว้กับยูเนี่ยนสโตร์ ซูปเปอร์มาร์เกตเปิดยี่สิบสี่ชม.ที่แถว ๆ บ้าน
เนื่องจาก..งบจำกัดสุด ๆ เลยซื้อของถูก ๆ เข้าไว้ และมื้อแรกก็ประเดิมด้วย "โกย่าจัมปุรุ" ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของโอกินาว่า ซื้อมาราคาไม่เกินสามร้อย ถูกสัด ๆ เอ้ย ถูกสุด ๆ อร่อยด้วย
ค่อนข้างเหมือนมะระผัดไข่บ้านเรา (หรือจริง ๆ มันคืออย่างเดียวกัน - -?)

ะว่าไปบ้านโซระนี่สะดวกจริง ๆ ใกล้สถานี ใกล้ย่านกินดื่ม ใกล้ซุปเปอร์ ใกล้ท่าเรือ  ใกล้ไปหมด  เิริ่ด

ผ่านไปนาน เกือบสองชม. ได้แต่คิดว่า ทำไมไม่มาซักทีวะ .. จากสนามบินมาที่บ้านไม่น่าเดินทางเกินครึ่งชม. เจ๊แกไปไหนของแกวะ ฝนก็ตก ยังจะไปเดินเล่นพร้อมกระเป๋าเดินทางอีกหรือนี่? ฟิตจริง ๆ

และในที่สุด เจ๊ก็มาถึง พร้อมอาการเหนื่อยหอบ ..

เรื่องของเจ๊ผึ้งนี่ต้องเล่า เพราะฮามาก (ขออนุญาตเอามาเผยแพร่นะเจ๊)
เจ๊บอกว่า ต.ม.มันไม่ยอมปล่อยเจ๊ออกมา เค้าไม่ยอมเชื่อเจ๊ว่าเจ๊จะมาดูซากุระที่โิอกินาว่า  ทำยังไงก็ไม่เชื่อ กักขังหน่วงเหนี่ยวเจ๊อยู่ประมาณชั่วโมงกว่า  จนสุดท้าย เจ๊คงคิดว่า ถึงบอกไปว่า มาดูซากุระ เค้าคงไม่เชื่อแน่ เจ๊เลยตัดสินใจ บอกกับพวกเค้าไปว่า ..  แล้วเดี๊ยนเป็นแฟนคลับของโอเรนจิเรนจิค่ะ - -"  ก็เลยทำให้อยากมาเที่ยวโอกินาว่า - -"

เพียงเท่านั้น เจ๊บอกว่า คุณ ต.ม.คนนั้นก็เรียกแอร์โฮสเตสมาใหญ่เลย แล้วก็เม้าว่า นี่เธอ ๆ คนนี้เป็นแฟนโอเรนจิเรนจินะเท้อ แอร์โฮสเตสเลยมาถามเจ๊ว่าเจ๊ชอบใคร ก๊ากๆๆๆ ฮาสะบัด เม้าท์กันไปมา สุดท้าย เค้าก็ปล่อยให้เจ๊ออกมา เพราะเชื่อว่า เจ๊มาตามล่าหาโอเรนจิเรนจิ ไม่ใช่ซากุระ ก๊ากๆๆๆ

วันแรกที่ไปถึง ก็ประมาณนี้ เล่าซะยาว เพราะวันหลัง ๆ จะเล่ายาวแบบนี้ไม่ได้นะเอง


2008-01-29

วันนี้ตื่นเช้า(เจ๊ปลุก)มาด้วยความงัวเงีย เพราะก่อนหน้านั้นนอนตื่นเที่ยงมาตลอด รู้สึกไม่ชินเท่าไหร่ เลยหาวตลอดทาง

เริ่มต้นไปสถานที่ท่องเที่ยวที่แรกของทริปนี้ คือ ชูริโจ (ก็คือปราสาทชูริ) อันนี้ค่อนข้างเดินทางสะดวก
แต่พอลงจากโมโนเรล .. ก็มีแท็กซี่เหมือนบ้านเรา มายืนคอยตรงทางลงสถานี แล้วก็ชักจูงพวกเราซะใหญ่โต จะให้ขึ้นแท็กซี่ให้ได้นะเอง หึหึ แต่เรายึดหลักพอเพียง เพราะเรากำลังมาเที่ยวแบบแบ็คแพ็คกันอยู่นะเนี่ย

(วันแรกก็งี้ล่ะกุ) เลยอาศัยเดินตามฝูงชน(พวกป้า ๆ ลุง ๆ) ไปจนถึงชูริโจจนได้

ระหว่างทางก็เจอนู่นนี่นั่นมากมาย ที่รู้สึกสะดุดมากที่สุดก็คือ 沖縄県立芸術大学 หรือ OKINAWA PREFECTURAL UNIVERSITY OF ARTS ทั้งบรรยากาศ และอะไรหลาย ๆ อย่างมันเหมือน ม.ศิลปากรอย่างบอกไม่ถูก ทั้งเรื่องที่ว่าเป็นมหา'ลัยด้านศิลปะด้วย และยังอยู่ข้าง ๆ วังเหมือนกันด้วย  บังเอิญจัง...

อยากจะแวะเข้าไปข้างใน แต่ไม่ได้แวะเข้าไปหรอก กลัวคน..หึหึ แค่เห็นบรรยากาศ ก็สัมผัสได้ถึงความติสต์แตกแล้ว วะฮะฮ่า ..


และก็รูปบนนี่คือถ่ายลงมาจากชูริโจ

พอเดินผ่านม.ไป ก็เริ่มถึงบริเวณปราสาท ฝนตกบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้จริตหลุดไปถึงขั้นหงุดหงิด เค้าว่ากันว่าช่วงนี้มีเทศกาลดอกไม้และการแสดงแสงสีเสียงอยู่พอดี ก็เลยรู้สึกดีใจเล็กน้อย แต่พอไปถึงปราสาทจริง ๆ แล้ว .. เทศกาลดอกไม้ที่เค้าว่าก็จะเป็นอารมณ์ประมาณนี้ ..




ประมาณนี้..





และ ประมาณนี้ ....





อ๊ะ ...

โน้ว  ๆ ๆ ๆ  ..

มิได้หมายความว่าเราผิดหวังแต่ประการใดนะคะคุณผู้อ่าน
เพียงแต่แอบขำเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะในจินตนาการของเรา เวลาพูดถึงเทศกาลดอกไม้และแสงสีเสียง เราจะคิดไปว่ามันต้องอลังการงานสร้างแน่ ๆ เลย   แต่ที่นี่เค้าจะเป็นแบบนี้แหละ .. น่ารักจุ๋มจิ๋มพองาม คิคิ

บริเวณที่เค้าจัด"เทศกาลดอกไม้" ที่เค้าว่าเนี่ย เป็นส่วนของสวน จึงไม่ต้องเสียตังค์
แต่ส่วนที่ต้องซื้อตั๋วเข้าไปก็คือส่วนของปราสาท

   ←และพี่คนนี้ก็คือพนักงานเก็บตั๋วตรงทางเข้า  ชุดเค้าน่ารักดี ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไร แต่ดู ๆ ไปแล้ว มันออกไปทางจีนมากกว่าญี่ปุ่นเสียอีกนะเนี่ย




ส่วนนี่ ก็คือตัวปราสาท ..โฟโต้พอยท์สุด ๆ
ส่วนใหญ่ใครมา ก็จะถ่ายมุมนี้แหละ เราเองมาครั้งที่ 2 ก็ยังถ่ายมุมเดิมเลย หึหึ

ชูริโจ ก็คงเหมือนปราสาทอื่น ๆ ในญี่ปุ่นคือ เป็นปราสาทสร้างใหม่เพราะของเดิมมัน... หายไปกับสงครามแล้วนั่นเอง  เฮ้อ..
(แต่หาดูรูปของดั้งเดิมได้จากเวบเค้านะ)

จริง ๆ แล้วข้างในปราสาทมีคำอธิบายนู่นนี่
มากมาย แต่เราเองแหละที่ไม่รู้จักจำ -"- แต่ที่จำได้อันนึงก็คือ เรื่องของเล็บมังกรที่อยู่ในปราสาท  เค้าว่า ปกติมังกรจะมีห้าเล็บ แต่ว่าที่โอกินาว่า (หรือเมื่อก่อนคืออาณาจักรริวกิว)จะมีแค่สี่เล็บเท่านั้น โดยเค้าอธิบายว่า เพื่อเป็นการแสดงความเกรงใจ ความนอบน้อมแก่จีน - -"  นั่นแล...  ในปราสาทก็จะมีเกร็ดความรู้เทือก ๆ นี้อยู่ เป็นต้นว่า ทำไมตัวปราสาทหลักเป็นสีแดง แต่อาคารด้านข้างใช้สีไม้ดิบ ๆ เลย หรือ ทราบมั้ยว่าชูริโจได้รับการจดทะเบียนว่าเป็นมรดกโลกเมื่อปีไหน  และอีกสารพัดมากมาย ใครอยากรู้เชิญมาเที่ยวเถิด กร่ากๆๆๆ

หลังจากเดินชมนู่นนี่นั่นกันพอประมาณ ก็เดินต่อไปยังบริเวณใกล้ ๆ ซึ่งมีหลายที่ ที่เป็นสถานที่ที่ได้รับการจดทะเีบียนว่าเป็นมรดกโลกเช่นกัน แต่ไม่รู้ทำไมเค้าแยกกัน ทั้ง ๆ ที่มันก็คือส่วนหนึ่งของชูริโจ แต่เอาเถอะ เค้าคงพิจารณาแล้วว่ามันควรเป็นเช่นนั้น

สถานที่ต่อจากชูริโจก็คือ 玉陵 หรือ タマデュン หรือ "TAMADYUN" หรือ "ทามะดยุน"  อืม ชื่อของสถานที่นี่เนี่ย .. ไม่ว่าจะเขียนภาษาไหน ก็ประหลาดไปหมด
คงจะเป็นภาษาดั้งเดิมของโอกินาว่าละมั้ง



เค้าว่ามันคือสุสานน่ะ แต่ไม่่น่าจะเป็นสุสานของกษัตริย์อย่างเดียว เพราะข้างในก็เห็นมีกระดูกของคนไม่ทราบชื่ออยู่ด้วย (หรืออาจจะเป็นใครสักคนในวังล่ะมั้ง) วิธีการของเค้าี่ก็.. เป็นไงไม่ทราบเหมือนกัน แต่เดาจากรูป และคำอธิบาย (ที่อ่านเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง)ได้ความว่า ข้างในสุสานมันจะมีสามห้อง เค้าจะเอาศพเก็บไว้ในห้องไหนซักห้องนึงเนี่ยละ แล้วก็จะ็เก็บไว้ จนกว่าร่างจะผุพังเน่าเปื่อย แล้วหลังจากนั้น เค้าก็จะทำพิธีล้างกระดูก เดาว่า คือการแยกกระดูกออกจากร่างเดิม - -" แล้วคราวนี้ เค้าก็จะเอากระดูกอย่างเดียว ไปเก็บไว้ในอีกห้อง  ... ทำนองนี้หรือเปล่านะ - -" มั่วสุด ๆ เลยกุ

พอเดินวน ๆ เสร็จปุ๊บ .. ก็เดินออกมาเล็กน้อย เพื่อจะเดินเล่นที่ 金城町 (อ่านว่า คินโจโจ) อธิบายด้วยภาษาอังกฤษว่ามันคือ stone pavement path  ถ้าไม่เข้าใจโปรดดูภาพประกอบ

  พูดให้ง่ายสุด ๆ สำหรับคนไทยอย่างเรา ๆ คือ ทางเดินที่ลาดปูด้วยหิน แต่ของจริงก็คือ ตรอกที่ผ่านบ้านคนปกติ - -"

ถามว่ามีความสำคัญยังไง คำตอบคือ มันสวย   

อ๊ะ ๆ มิใช่แค่สวยอย่างเดียวนะ แต่มันจะทำให้ท่านสัมผัสได้ถึงความเป็นโอกินาว่าสุด ๆ ด้วย
อ้อ และที่เห็นได้อย่างนึงก็คือ มีหลายบ้านที่ติดป้ายหินเอาไว้ เป็นป้ายที่เขียนว่า 石巌當 (いしがんとう) อ่านว่า อิชิกันโต มีความหมายว่าอะไรไม่ทราบ แต่ทราบในภายหลัง จากพี่อาร์เธอร์ว่า บ้านที่อยู่ตรงทางแพ่ง เค้าจะเอามาวางไว้ คงหลักการเดียวกับบ้านเมืองเรา ที่เอากระจกกี่เหลี่ยมนั่นน่ะมาติดหน้าบ้านเพื่อสะท้อนสิ่งไม่ดีออกไป

ตอนที่เดิน ๆ อยู่ที่ตรอกนี่ นับเป็นความโชคดีของเรา และเจ๊ผึ้งมาก ๆ เพราะว่าแดดมันออกอย่างรุนแรง กรี๊ดกร๊าดค่ะ ได้ถ่ายรูปโอกินาว่าในวันฟ้าใสแล้ว เยส !!
และที่สำคัญ คนแถวนี้ใจดีจัง เดิน ๆ อยู่ ก็มีลุงกลางวัยเดินมาถามว่า ถ่ายรูปคู่กันให้เอามั้ย?

วะฮะฮ่า ด้วยประการฉะนี้ เราจึงมีรูปคู่กันเสียทีเนอะเจ๊ผึ้ง
ดีใจเดส !!

ระหว่างทาง มันก็จะมีซอยเล็กซอยน้อยแยกไปอีกมากมาย แต่เราไม่แวะหมดหรอก เลือกแวะเฉพาะตรงที่เค้าเขียนไว้ว่า ทางเข้าไปดูต้นอาคากิยักษ์ ทางเข้าก็เป็นป่าดงพงไพร ที่มีหินปูไว้ให้เดินพอเป็นพิธี พอเข้าไปถึงข้างในสุด

โอ้โห ร่มรื่นมาก ๆ ต้นอาคากิใหญ่ยักษ์จริง ๆ ด้วย สุดยอดไปเลย



จริง ๆ ถ่ายวิดีโอตอนเดิน ๆ อยู่ในป่านี้ไว้ด้วย แต่...ก็ต้องลบออกไปด้วยเหตุผลบางประการ หึหึ
เลยมิสามารถนำภาพต้นอาคากิยักษ์มาให้ทุกท่านได้ชมกัน
ขออภัยเป็นอย่างสูงเดส!!

จริง ๆ มันก็ชื้น ๆ เพราะฝนเพิ่งตก
จริง ๆ มันก็ร่มรื่นดี
แต่จริง ๆ มันก็คือป่า
และเวลาเราเดินป่าทีไร .. มันจะต้องรู้สึกคันขึ้นมาทันที
......หนอนร่วงใส่หัวกุป่าววะ....

 

***ตอนต่อไปโปรดติดตามอ่านได้จากมัลติพลายนะคะทุกท่าน***

เพราะว่าจริง ๆ เขียนไว้ในมัลติพลาย แต่พอก๊อปมาลงในสเปซ ฟอร์แมตมันไม่เหมือนเดิมเลย ฮึ่ย ๆ




November, 2007

We need

 
 
 
 
 
 
 
 
 
LVE & PEACE
 
 
 
 
 
 
.
October, 2007

where am I now?

ก็นาโงย่าน่ะสิ
 
 
แล้ว...
 
 
where will I be tomorrow?
 
 
จุ๊กกรู้ววว  โป๊ะ ตึงตึง
September, 2007

และก็เป็นดังเดิม

ละครที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก จะต้องพลาดตอนจบ
ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง
 
ตลอด 
 
   
 
 
 
へ   へ
の   の
  も
 
  へ                                heno heno mo he
September, 2007

พระเจ้าช่วย ! ขอบคุณคนเขียนอย่างแรง !

หลังจากรู้สึกตะหงิดตะหงิวในจิตใจอยู่พักนึง
ที่วงสุดโปรดนัมเบอร์วันมันออกอัลบัมรวมฮิตออกมา
ทำเอาช็อก
เพราะเคยคิดไว้เล่น ๆ ว่า ถ้าวงนี้มันออกอัลบัมรวมเมื่อไหร่จะเลิกซื้อซีดีมันเมื่อนั้น
 
แล้วมันก็เสือกออกมาจริง ๆ ซะด้วย แถมแบ่งเป็นสองอัลบัมอีกต่างหาก
 
มาถึงตอนนี้ก็มีเรื่องตะหงิดตะหงิวในจิตใจรอบที่สอง
ที่วงโปรดนัมเบอร์ทูมันก็เสือกออกอัลบัมรวมฮิตออกมาอีกเหมือนกัน
 
แล้วมันก็ออกมาแนวเดียวกันเลยค่ะ แบ่งเป็นสองอัลบัมเหมือนกันเลยค่ะ
 
 
 
มาดูเลยมาดู   เอามาให้ดูกันจะ ๆ

วงแรก  ดูมันทำ

Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket

 

 

ต่อมา อีกวง   นี่ก็พอกัน

Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket

 

 

บ่นไปเยี่ยงนั้น  สุดท้ายก็ซื้อ

เออ .. เผอิญ ไปอ่านเจอบทความที่โดนใจมาก ๆ เข้า เกี่ยวกับเรื่องอัลบัมรวมฮิตรวมหอกพอดีเลยค่ะ

ลองเข้าไปอ่านดู  แต่ขอตัดข้อความบางส่วนมาแปะให้อ่านเพื่อความเร้าใจก่อนนิดนึง

เอพี - หากเราจะทำความคุ้นเคยกับวงดนตรีซักวงที่เราไม่รู้จัก คำตอบที่เรามักได้ยินประจำของกูรูเพลง(ตัวปลอม)ที่แนะนำเราคงไม่พ้น "ลองไปหารวมฮิตของวง...ดูซิพวก" แต่ขณะที่เรากำลังฟังบรรดาเพลงอันสุดยอดเพลงแล้วเพลงเล่าที่อยู่ตรงหน้าด้วยความ "สบายใจ" เวลาเดียวกับที่บรรดานายทุนกำลังตักตวงกำไรจากการยอดขายอย่าง "หน่ำใจ" ใครจะรู้บ้างว่าเบื้องหลังการทำอัลบั้ม "รวมฮิต" ซักชุดออกมามันสร้างความ "ลำบากใจ" ต่อตัวศิลปินผู้ผลิตงานเองมากน้อยแค่ไหน

ยิ่งกว่านั้น ใครจะเชื่อว่า การออกอัลบั้มรวมฮิตชักชุดในทุกวันนี้กลายเป็นหัวข้อถกเถียงระหว่างต้นสังกัดกับตัวศิลปินกันอย่างเผ็ดร้อนที่สุดไปแล้ว

ตามไปอ่านได้ที่ "รวมฮิต" ของชอบคนฟัง-ของชังคนเพลง โดย ผู้จัดการออนไลน์


 

PIJITRA THONGNEAM

Occupation
Interests
DON'T WALK INFRONT ME----I MAY NOT FOLLOW----

DON'T WALK BEHIND ME----
I MAY NOT LEAD----

JUST WALK BESIDE ME----
AND BE MY FRIEND FOREVER----

Horoscopes

Loading...