PIJITRA's profile☆~I'm Happy because I'm ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February, 2008

    โอกินาว่าเดส

    2008-01-28

    วันที่จะออกเดินทางไปโอกินาว่า ต้องตื่นเช้ามาด้วยความเหม็นกลิ่นแขก หลอนจริง ๆ
    เพราะว่าคืนก่อนหน้านั้น เราไปลาออกงานจากร้านอาหารอินเดียมา

    เมื่อห้าวันที่แล้ว ก่อนไปโอกินาว่า เราไปสมัครทำงานที่ร้านอาหารอินเดียมา ด้วยหวังว่าจะเก็บตังค์หาเงินไปเที่ยว (จริง ๆ อยากจะใช้เงินซื้อแมคบุค แต่เครื่องเดิมก็ยังใช้ได้ดีอยู่ เลยไม่รู้จริง ๆ ว่าจะซื้อใหม่ไปทำไม) แต่แล้วก็ทำได้แค่ห้าวัน เพราะทนไม่ไหวในหลาย ๆ เรื่อง และไหน ๆ ก็จะหนีไปเที่ยวโอกินาว่าสิบวันอยู่แล้ว ก็เลยขอลาออกไปเลย

    เจ้าของร้านแทบจะร้องไห้ พอเราบอกว่าจะขอเลิกทำงานแล้ว

    คืนนั้นก็เลยนั่งเม้าท์กับเพื่อนฝูง กว่าจะได้เข้านอนก็ตีสี่ ...
    กระเป๋าล่ะ ...?

    แหงแซะ.. ก็เพิ่งเอาเสื้อผ้ามาจับยัดลงกระเป๋าตอนเช้าไงล่ะ

    จริง ๆ เครื่องบินออกจากนาโงย่าประมาณบ่ายสองห้าสิบ ถ้าออกจากบ้านราว ๆ เที่ยงก็จะไปถึงพอดี แต่เนื่องจากเป็นวันธรรมดาที่ยังมีชม.เรียนที่มหาลัยอยู่ ถ้าออกเที่ยงครึ่ง เราต้องเดินฝ่าฝูงชน ผ่านโรงอาหาร ด้วยสัมภาระมากมาย
    เลยกะว่าออกซักเกือบ ๆ เที่ยงดีก่า จะได้ไปนั่งสำรวจตู้เช็คอินอัตโนมัติที่สนามบินด้วย

    แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะถึงเดินออกจากบ้านตอนเกือบ ๆ เที่ยง ก็ยังเจอคนนู้นคนนี้อยู่ดี
    เจอพี่แพรด้วย พี่แพรกำลังจะออกไปกินข้าวที่โรงอาหารพอดี

    เดินทางจากสนามบินเซนแทรของนาโงย่า ถึงสนามบินนาฮา ใช้เวลาสองชม.
    แอร์สายการบินนี้ใจดี แจกลูกอม
    ใจดีมาก ๆ บินสองชม.ได้ลูกอมอย่างเดียว... สวัสดีค่ะ

    ตอนเครื่องบินวน ๆ อยู่บนเกาะ เราตื้นเต้นมาก เพราะ.. กลัวเกิดอะไรขึ้นตอนเครื่องลงจอด - -
    ก็มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วไม่เห็นอะไรเลยนี่นา
    มืดมัวน่ากลัว มาก ๆ
    กัปตันประกาศว่า อุณหภูมิภาคพื้นประมาณยี่สิบองศา และฝนตกเล็กน้อย

    เอาอีกแล้วหรือ?
    มาโอกินาว่าครั้งที่สอง ก็ยังเจอฝนอีกแล้วหรือนี่..พระเจ้าช่วย..
    เอาวะ อยู่ตั้งสิบวัน ถ้าฝนจะตกทุกวันก็ให้มันรู้ไป ฮึ่ย

    พอถึงนาฮาปุ๊บ ก็รีบซื้อตั๋วโมโนเรลต่อไปที่พัก
    ซึ่งที่พักที่พี่ผึ้งจองให้นี้เป็นเกสต์เฮาส์ ที่เจ๊บอกว่า เป็นที่ที่ค่อนข้างดี แต่เป็นอารมณ์ประมาณเหมือนหอ ..

    ไม่มีปัญหา เราไม่มีปัญหาเรื่องการอยู่หออยู่แล้ว

    เกสต์เฮาส์ที่นี่ชื่อว่า SORA HOUSE ตามแผนที่ เค้าบอกว่า ลงจากสถานีแล้ว ให้ข้ามแยกไปแค่แยกเดียว แต่..ทำไมตูเดินเกือบจะถึงท่าเรืออยู่แล้ว ยังหาไม่เจอเลยวะ - -?
    นึกไปแล้วก็ขำ ทรมานจริง ๆ เดินหอบกระเป๋า กลางสายฝน แว่นก็เปียก มองไม่ค่อยเห็น จะถอดหรือจะใส่ก็มีค่าเท่ากัน หึหึ
    สุดท้ายทนไม่ไหว แวะซื้อร่มที่แฟมมิลี่มาร์ท (หกร้อยเยนแหน่ะ) แล้วก็เดินวน ๆ อยู่แถวนั้นอยู่นาน สุดท้าย เดินกลับมาหลบฝนที่ไปรษณีย์ แล้วก็โทรหาบ้านโซระ บอกว่า เนี่ย อยู่ไปรษณีย์แล้ว แต่หาไม่เจอว่าบ้านอยู่ไหน เค้าก็บอกว่า งั้นเดี๋ยวออกไปรับ เราก็ เฮ้ย ออกมารับเลยหรอวะ
    ปรากฎว่า บ้านที่ว่านั่น อยู่ข้าง ๆ ไปรษณีย์นี่เอง หึหึ กว่าจะหาเจอ เราก็เดินเลยไปซะไกลลิบ

    ตอนแรกตกกะใจ ว่าทำไมบ้านมาอยู่ชั้นสี่กับชั้นห้าของตึกร้าง ๆ นี่
    แต่พอเข้าไปข้างใน  โอ้โห ประทับใจมาก ๆ บ้านน่ารักสุด ๆ


    ตอนที่ไปถึงมีสตาฟอยู่สองคน คือ นาโอมิจัง กับ ฮิซาเอะจัง ตอนแรกเรากลัวฮิซาเอะมาก
    เพราะว่าเค้าดูดุ ๆ แต่พอได้คุยไปเรื่อย ๆ เค้าน่ารักมาก ๆ และเค้าก็บอกว่าให้เรียกเค้าว่า "ฮิสะ" ก็ได้ ส่วนนาโอะมิก็บอกว่า เรียกเค้าว่า "นาโอะ" ก็แล้วกัน
       ←  คนนี้แหละ ฮิสะ


    พอคุยกันไปซักพัก เค้าก็เริ่มถาม ว่าเพื่อนของเราที่จะมาัพักด้วย จะมากี่โมง
    พูดยังไม่ทันขาดคำ เจ๊ผึ้งโทรมา "แอนหนี้ ชื่อจริงแอนหนี้เขียนยังไง" ตึ่ง...
    ซักพัก ก็เป็นใครซักคนนี่แหละ เปลี่ยนสายมาคุยเป็นภาษาญี่ปุ่น

    "สวัสดีค่ะ คุณพ.จ.ต.ใช่มั้ยคะ คุณเป็นนักเรียนอยู่ที่นาโงย่าหรอคะ คุณเป็นเพื่อนกับคุณจ.ต.พ.ใช่มั้ยคะ คุณทราบมั้ยคะว่าเพื่อนของคุณอยู่โอกินาว่า แล้วคุณทราบมั้ยคะว่าเค้าวางแผนเดินทางมาเที่ยวโอกินาว่า ตั้งแต่เมื่อเดือนสิบเอ็ดปีที่แล้วนะคะ แล้วคุณทราบมั้ยคะว่า ฉอด ๆ ๆ ๆ ๆ ....."

    อึ้ง เอ๋อแดร่ก มันเป็นใครฟะ อยู่ดี ๆ ก็ใส่ ๆ ๆ ๆ เป็นชุด
    คือกุทราบน่ะค่ะว่าเพื่อนกุมาเที่ยวโอกินาว่าค่ะ เพราะกุกำลังรอเพื่อนอยู่ค่ะเนี่ย
    ในใจก็คิดว่า คงเป็นต.ม.โทรมาสัมภาษณ์แน่ แต่ไม่ได้เอะใจอะไรมากมาย ก็เลยได้แต่นั่งรอ
    รอเจ๊ผึ้งว่าจะมาถึงกี่โมง - -

    อาหารมื้อแรกที่โอกินาว่า ฝากท้องไว้กับยูเนี่ยนสโตร์ ซูปเปอร์มาร์เกตเปิดยี่สิบสี่ชม.ที่แถว ๆ บ้าน
    เนื่องจาก..งบจำกัดสุด ๆ เลยซื้อของถูก ๆ เข้าไว้ และมื้อแรกก็ประเดิมด้วย "โกย่าจัมปุรุ" ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของโอกินาว่า ซื้อมาราคาไม่เกินสามร้อย ถูกสัด ๆ เอ้ย ถูกสุด ๆ อร่อยด้วย
    ค่อนข้างเหมือนมะระผัดไข่บ้านเรา (หรือจริง ๆ มันคืออย่างเดียวกัน - -?)

    ะว่าไปบ้านโซระนี่สะดวกจริง ๆ ใกล้สถานี ใกล้ย่านกินดื่ม ใกล้ซุปเปอร์ ใกล้ท่าเรือ  ใกล้ไปหมด  เิริ่ด

    ผ่านไปนาน เกือบสองชม. ได้แต่คิดว่า ทำไมไม่มาซักทีวะ .. จากสนามบินมาที่บ้านไม่น่าเดินทางเกินครึ่งชม. เจ๊แกไปไหนของแกวะ ฝนก็ตก ยังจะไปเดินเล่นพร้อมกระเป๋าเดินทางอีกหรือนี่? ฟิตจริง ๆ

    และในที่สุด เจ๊ก็มาถึง พร้อมอาการเหนื่อยหอบ ..

    เรื่องของเจ๊ผึ้งนี่ต้องเล่า เพราะฮามาก (ขออนุญาตเอามาเผยแพร่นะเจ๊)
    เจ๊บอกว่า ต.ม.มันไม่ยอมปล่อยเจ๊ออกมา เค้าไม่ยอมเชื่อเจ๊ว่าเจ๊จะมาดูซากุระที่โิอกินาว่า  ทำยังไงก็ไม่เชื่อ กักขังหน่วงเหนี่ยวเจ๊อยู่ประมาณชั่วโมงกว่า  จนสุดท้าย เจ๊คงคิดว่า ถึงบอกไปว่า มาดูซากุระ เค้าคงไม่เชื่อแน่ เจ๊เลยตัดสินใจ บอกกับพวกเค้าไปว่า ..  แล้วเดี๊ยนเป็นแฟนคลับของโอเรนจิเรนจิค่ะ - -"  ก็เลยทำให้อยากมาเที่ยวโอกินาว่า - -"

    เพียงเท่านั้น เจ๊บอกว่า คุณ ต.ม.คนนั้นก็เรียกแอร์โฮสเตสมาใหญ่เลย แล้วก็เม้าว่า นี่เธอ ๆ คนนี้เป็นแฟนโอเรนจิเรนจินะเท้อ แอร์โฮสเตสเลยมาถามเจ๊ว่าเจ๊ชอบใคร ก๊ากๆๆๆ ฮาสะบัด เม้าท์กันไปมา สุดท้าย เค้าก็ปล่อยให้เจ๊ออกมา เพราะเชื่อว่า เจ๊มาตามล่าหาโอเรนจิเรนจิ ไม่ใช่ซากุระ ก๊ากๆๆๆ

    วันแรกที่ไปถึง ก็ประมาณนี้ เล่าซะยาว เพราะวันหลัง ๆ จะเล่ายาวแบบนี้ไม่ได้นะเอง


    2008-01-29

    วันนี้ตื่นเช้า(เจ๊ปลุก)มาด้วยความงัวเงีย เพราะก่อนหน้านั้นนอนตื่นเที่ยงมาตลอด รู้สึกไม่ชินเท่าไหร่ เลยหาวตลอดทาง

    เริ่มต้นไปสถานที่ท่องเที่ยวที่แรกของทริปนี้ คือ ชูริโจ (ก็คือปราสาทชูริ) อันนี้ค่อนข้างเดินทางสะดวก
    แต่พอลงจากโมโนเรล .. ก็มีแท็กซี่เหมือนบ้านเรา มายืนคอยตรงทางลงสถานี แล้วก็ชักจูงพวกเราซะใหญ่โต จะให้ขึ้นแท็กซี่ให้ได้นะเอง หึหึ แต่เรายึดหลักพอเพียง เพราะเรากำลังมาเที่ยวแบบแบ็คแพ็คกันอยู่นะเนี่ย

    (วันแรกก็งี้ล่ะกุ) เลยอาศัยเดินตามฝูงชน(พวกป้า ๆ ลุง ๆ) ไปจนถึงชูริโจจนได้

    ระหว่างทางก็เจอนู่นนี่นั่นมากมาย ที่รู้สึกสะดุดมากที่สุดก็คือ 沖縄県立芸術大学 หรือ OKINAWA PREFECTURAL UNIVERSITY OF ARTS ทั้งบรรยากาศ และอะไรหลาย ๆ อย่างมันเหมือน ม.ศิลปากรอย่างบอกไม่ถูก ทั้งเรื่องที่ว่าเป็นมหา'ลัยด้านศิลปะด้วย และยังอยู่ข้าง ๆ วังเหมือนกันด้วย  บังเอิญจัง...

    อยากจะแวะเข้าไปข้างใน แต่ไม่ได้แวะเข้าไปหรอก กลัวคน..หึหึ แค่เห็นบรรยากาศ ก็สัมผัสได้ถึงความติสต์แตกแล้ว วะฮะฮ่า ..


    และก็รูปบนนี่คือถ่ายลงมาจากชูริโจ

    พอเดินผ่านม.ไป ก็เริ่มถึงบริเวณปราสาท ฝนตกบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้จริตหลุดไปถึงขั้นหงุดหงิด เค้าว่ากันว่าช่วงนี้มีเทศกาลดอกไม้และการแสดงแสงสีเสียงอยู่พอดี ก็เลยรู้สึกดีใจเล็กน้อย แต่พอไปถึงปราสาทจริง ๆ แล้ว .. เทศกาลดอกไม้ที่เค้าว่าก็จะเป็นอารมณ์ประมาณนี้ ..




    ประมาณนี้..





    และ ประมาณนี้ ....





    อ๊ะ ...

    โน้ว  ๆ ๆ ๆ  ..

    มิได้หมายความว่าเราผิดหวังแต่ประการใดนะคะคุณผู้อ่าน
    เพียงแต่แอบขำเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะในจินตนาการของเรา เวลาพูดถึงเทศกาลดอกไม้และแสงสีเสียง เราจะคิดไปว่ามันต้องอลังการงานสร้างแน่ ๆ เลย   แต่ที่นี่เค้าจะเป็นแบบนี้แหละ .. น่ารักจุ๋มจิ๋มพองาม คิคิ

    บริเวณที่เค้าจัด"เทศกาลดอกไม้" ที่เค้าว่าเนี่ย เป็นส่วนของสวน จึงไม่ต้องเสียตังค์
    แต่ส่วนที่ต้องซื้อตั๋วเข้าไปก็คือส่วนของปราสาท

       ←และพี่คนนี้ก็คือพนักงานเก็บตั๋วตรงทางเข้า  ชุดเค้าน่ารักดี ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไร แต่ดู ๆ ไปแล้ว มันออกไปทางจีนมากกว่าญี่ปุ่นเสียอีกนะเนี่ย




    ส่วนนี่ ก็คือตัวปราสาท ..โฟโต้พอยท์สุด ๆ
    ส่วนใหญ่ใครมา ก็จะถ่ายมุมนี้แหละ เราเองมาครั้งที่ 2 ก็ยังถ่ายมุมเดิมเลย หึหึ

    ชูริโจ ก็คงเหมือนปราสาทอื่น ๆ ในญี่ปุ่นคือ เป็นปราสาทสร้างใหม่เพราะของเดิมมัน... หายไปกับสงครามแล้วนั่นเอง  เฮ้อ..
    (แต่หาดูรูปของดั้งเดิมได้จากเวบเค้านะ)

    จริง ๆ แล้วข้างในปราสาทมีคำอธิบายนู่นนี่
    มากมาย แต่เราเองแหละที่ไม่รู้จักจำ -"- แต่ที่จำได้อันนึงก็คือ เรื่องของเล็บมังกรที่อยู่ในปราสาท  เค้าว่า ปกติมังกรจะมีห้าเล็บ แต่ว่าที่โอกินาว่า (หรือเมื่อก่อนคืออาณาจักรริวกิว)จะมีแค่สี่เล็บเท่านั้น โดยเค้าอธิบายว่า เพื่อเป็นการแสดงความเกรงใจ ความนอบน้อมแก่จีน - -"  นั่นแล...  ในปราสาทก็จะมีเกร็ดความรู้เทือก ๆ นี้อยู่ เป็นต้นว่า ทำไมตัวปราสาทหลักเป็นสีแดง แต่อาคารด้านข้างใช้สีไม้ดิบ ๆ เลย หรือ ทราบมั้ยว่าชูริโจได้รับการจดทะเบียนว่าเป็นมรดกโลกเมื่อปีไหน  และอีกสารพัดมากมาย ใครอยากรู้เชิญมาเที่ยวเถิด กร่ากๆๆๆ

    หลังจากเดินชมนู่นนี่นั่นกันพอประมาณ ก็เดินต่อไปยังบริเวณใกล้ ๆ ซึ่งมีหลายที่ ที่เป็นสถานที่ที่ได้รับการจดทะเีบียนว่าเป็นมรดกโลกเช่นกัน แต่ไม่รู้ทำไมเค้าแยกกัน ทั้ง ๆ ที่มันก็คือส่วนหนึ่งของชูริโจ แต่เอาเถอะ เค้าคงพิจารณาแล้วว่ามันควรเป็นเช่นนั้น

    สถานที่ต่อจากชูริโจก็คือ 玉陵 หรือ タマデュン หรือ "TAMADYUN" หรือ "ทามะดยุน"  อืม ชื่อของสถานที่นี่เนี่ย .. ไม่ว่าจะเขียนภาษาไหน ก็ประหลาดไปหมด
    คงจะเป็นภาษาดั้งเดิมของโอกินาว่าละมั้ง



    เค้าว่ามันคือสุสานน่ะ แต่ไม่่น่าจะเป็นสุสานของกษัตริย์อย่างเดียว เพราะข้างในก็เห็นมีกระดูกของคนไม่ทราบชื่ออยู่ด้วย (หรืออาจจะเป็นใครสักคนในวังล่ะมั้ง) วิธีการของเค้าี่ก็.. เป็นไงไม่ทราบเหมือนกัน แต่เดาจากรูป และคำอธิบาย (ที่อ่านเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง)ได้ความว่า ข้างในสุสานมันจะมีสามห้อง เค้าจะเอาศพเก็บไว้ในห้องไหนซักห้องนึงเนี่ยละ แล้วก็จะ็เก็บไว้ จนกว่าร่างจะผุพังเน่าเปื่อย แล้วหลังจากนั้น เค้าก็จะทำพิธีล้างกระดูก เดาว่า คือการแยกกระดูกออกจากร่างเดิม - -" แล้วคราวนี้ เค้าก็จะเอากระดูกอย่างเดียว ไปเก็บไว้ในอีกห้อง  ... ทำนองนี้หรือเปล่านะ - -" มั่วสุด ๆ เลยกุ

    พอเดินวน ๆ เสร็จปุ๊บ .. ก็เดินออกมาเล็กน้อย เพื่อจะเดินเล่นที่ 金城町 (อ่านว่า คินโจโจ) อธิบายด้วยภาษาอังกฤษว่ามันคือ stone pavement path  ถ้าไม่เข้าใจโปรดดูภาพประกอบ

      พูดให้ง่ายสุด ๆ สำหรับคนไทยอย่างเรา ๆ คือ ทางเดินที่ลาดปูด้วยหิน แต่ของจริงก็คือ ตรอกที่ผ่านบ้านคนปกติ - -"

    ถามว่ามีความสำคัญยังไง คำตอบคือ มันสวย   

    อ๊ะ ๆ มิใช่แค่สวยอย่างเดียวนะ แต่มันจะทำให้ท่านสัมผัสได้ถึงความเป็นโอกินาว่าสุด ๆ ด้วย
    อ้อ และที่เห็นได้อย่างนึงก็คือ มีหลายบ้านที่ติดป้ายหินเอาไว้ เป็นป้ายที่เขียนว่า 石巌當 (いしがんとう) อ่านว่า อิชิกันโต มีความหมายว่าอะไรไม่ทราบ แต่ทราบในภายหลัง จากพี่อาร์เธอร์ว่า บ้านที่อยู่ตรงทางแพ่ง เค้าจะเอามาวางไว้ คงหลักการเดียวกับบ้านเมืองเรา ที่เอากระจกกี่เหลี่ยมนั่นน่ะมาติดหน้าบ้านเพื่อสะท้อนสิ่งไม่ดีออกไป

    ตอนที่เดิน ๆ อยู่ที่ตรอกนี่ นับเป็นความโชคดีของเรา และเจ๊ผึ้งมาก ๆ เพราะว่าแดดมันออกอย่างรุนแรง กรี๊ดกร๊าดค่ะ ได้ถ่ายรูปโอกินาว่าในวันฟ้าใสแล้ว เยส !!
    และที่สำคัญ คนแถวนี้ใจดีจัง เดิน ๆ อยู่ ก็มีลุงกลางวัยเดินมาถามว่า ถ่ายรูปคู่กันให้เอามั้ย?

    วะฮะฮ่า ด้วยประการฉะนี้ เราจึงมีรูปคู่กันเสียทีเนอะเจ๊ผึ้ง
    ดีใจเดส !!

    ระหว่างทาง มันก็จะมีซอยเล็กซอยน้อยแยกไปอีกมากมาย แต่เราไม่แวะหมดหรอก เลือกแวะเฉพาะตรงที่เค้าเขียนไว้ว่า ทางเข้าไปดูต้นอาคากิยักษ์ ทางเข้าก็เป็นป่าดงพงไพร ที่มีหินปูไว้ให้เดินพอเป็นพิธี พอเข้าไปถึงข้างในสุด

    โอ้โห ร่มรื่นมาก ๆ ต้นอาคากิใหญ่ยักษ์จริง ๆ ด้วย สุดยอดไปเลย



    จริง ๆ ถ่ายวิดีโอตอนเดิน ๆ อยู่ในป่านี้ไว้ด้วย แต่...ก็ต้องลบออกไปด้วยเหตุผลบางประการ หึหึ
    เลยมิสามารถนำภาพต้นอาคากิยักษ์มาให้ทุกท่านได้ชมกัน
    ขออภัยเป็นอย่างสูงเดส!!

    จริง ๆ มันก็ชื้น ๆ เพราะฝนเพิ่งตก
    จริง ๆ มันก็ร่มรื่นดี
    แต่จริง ๆ มันก็คือป่า
    และเวลาเราเดินป่าทีไร .. มันจะต้องรู้สึกคันขึ้นมาทันที
    ......หนอนร่วงใส่หัวกุป่าววะ....

     

    ***ตอนต่อไปโปรดติดตามอ่านได้จากมัลติพลายนะคะทุกท่าน***

    เพราะว่าจริง ๆ เขียนไว้ในมัลติพลาย แต่พอก๊อปมาลงในสเปซ ฟอร์แมตมันไม่เหมือนเดิมเลย ฮึ่ย ๆ




    November, 2007

    We need

     
     
     
     
     
     
     
     
     
    LVE & PEACE
     
     
     
     
     
     
    .
    October, 2007

    where am I now?

    ก็นาโงย่าน่ะสิ
     
     
    แล้ว...
     
     
    where will I be tomorrow?
     
     
    จุ๊กกรู้ววว  โป๊ะ ตึงตึง
    September, 2007

    และก็เป็นดังเดิม

    ละครที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก จะต้องพลาดตอนจบ
    ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง
     
    ตลอด 
     
       
     
     
     
    へ   へ
    の   の
      も
     
      へ                                heno heno mo he
    September, 2007

    พระเจ้าช่วย ! ขอบคุณคนเขียนอย่างแรง !

    หลังจากรู้สึกตะหงิดตะหงิวในจิตใจอยู่พักนึง
    ที่วงสุดโปรดนัมเบอร์วันมันออกอัลบัมรวมฮิตออกมา
    ทำเอาช็อก
    เพราะเคยคิดไว้เล่น ๆ ว่า ถ้าวงนี้มันออกอัลบัมรวมเมื่อไหร่จะเลิกซื้อซีดีมันเมื่อนั้น
     
    แล้วมันก็เสือกออกมาจริง ๆ ซะด้วย แถมแบ่งเป็นสองอัลบัมอีกต่างหาก
     
    มาถึงตอนนี้ก็มีเรื่องตะหงิดตะหงิวในจิตใจรอบที่สอง
    ที่วงโปรดนัมเบอร์ทูมันก็เสือกออกอัลบัมรวมฮิตออกมาอีกเหมือนกัน
     
    แล้วมันก็ออกมาแนวเดียวกันเลยค่ะ แบ่งเป็นสองอัลบัมเหมือนกันเลยค่ะ
     
     
     
    มาดูเลยมาดู   เอามาให้ดูกันจะ ๆ

    วงแรก  ดูมันทำ

    Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket

     

     

    ต่อมา อีกวง   นี่ก็พอกัน

    Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket

     

     

    บ่นไปเยี่ยงนั้น  สุดท้ายก็ซื้อ

    เออ .. เผอิญ ไปอ่านเจอบทความที่โดนใจมาก ๆ เข้า เกี่ยวกับเรื่องอัลบัมรวมฮิตรวมหอกพอดีเลยค่ะ

    ลองเข้าไปอ่านดู  แต่ขอตัดข้อความบางส่วนมาแปะให้อ่านเพื่อความเร้าใจก่อนนิดนึง

    เอพี - หากเราจะทำความคุ้นเคยกับวงดนตรีซักวงที่เราไม่รู้จัก คำตอบที่เรามักได้ยินประจำของกูรูเพลง(ตัวปลอม)ที่แนะนำเราคงไม่พ้น "ลองไปหารวมฮิตของวง...ดูซิพวก" แต่ขณะที่เรากำลังฟังบรรดาเพลงอันสุดยอดเพลงแล้วเพลงเล่าที่อยู่ตรงหน้าด้วยความ "สบายใจ" เวลาเดียวกับที่บรรดานายทุนกำลังตักตวงกำไรจากการยอดขายอย่าง "หน่ำใจ" ใครจะรู้บ้างว่าเบื้องหลังการทำอัลบั้ม "รวมฮิต" ซักชุดออกมามันสร้างความ "ลำบากใจ" ต่อตัวศิลปินผู้ผลิตงานเองมากน้อยแค่ไหน

    ยิ่งกว่านั้น ใครจะเชื่อว่า การออกอัลบั้มรวมฮิตชักชุดในทุกวันนี้กลายเป็นหัวข้อถกเถียงระหว่างต้นสังกัดกับตัวศิลปินกันอย่างเผ็ดร้อนที่สุดไปแล้ว

    ตามไปอ่านได้ที่ "รวมฮิต" ของชอบคนฟัง-ของชังคนเพลง โดย ผู้จัดการออนไลน์


    September, 2007

    โทขุโนะโซระนิคิเอตะ

     

    ชอบเรื่องนี้  

    ไม่ชอบเนื้อหา

    แต่ชอบอย่างอื่น

     

     

    มีคนนอนกรนในโรงอีกแล้ว

     

    August, 2007

    ติดละครหลายเรื่อง

    เรื่องแรก "โจะเต"

    ฟังแค่ชื่อและดูรูป ก็รู้แล้วว่าน้ำเน่า  

    เรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจจะดูตั้งแต่แรกเลย

    แต่เผอิญว่ารอดูยามาดะทาโร่อยู่ 

    แล้วละครเรื่องนี้มันมาตอนแรกพอดี

    บวกกับพระเอกชื่อ"เน่าโตะ" เลยต้องดู

    ไม่คิดว่าจะมี"เมโลดราม่า" หลงเหลืออยู่ในประเทศญี่ปุ่น

    ร้ายกาจจริง ๆ  ทำเอาเค้าติดงอมเลย

     

     

     

     

     

    เรื่องนี้ "ฮานะซาการิโนะคิมิตาจิเอ๊ะ  อิเคะเมน พาราไดซ์"

    โว้ยย ชื่อยาว        แต่......

    เรื่องนี้ให้อภัยได้ทุกสิ่งอัน  

    เพราะชอบมากกกกกกก 

    ตัวละครก็ขำฮา เนื้อเรื่องก็ไร้แก่นสาร

    มันโดนใจแอนหนี้ศรีทนได้มาก ๆ

    ไม่ต้องบรรยายมาก บอกได้คำเดียวว่า  "พี่นากาทสึน่ารักมากค่า"  มิ

     

     

     

     

    เรื่องต่อไป "ยามาดะทาโร่โนะโมโนะกาตาหริ"

    อันนี้ก็ไม่ต้องโฆษณามาก เพราะเป็นที่รู้จักดีอยู่แล้วในบ้านเรา

    งั้นข้ามเลย   ตึ่ง

     

     

     

    ต่อกันด้วยเรื่องสุดท้ายประจำวัน "ทันเตกักขุเอนคิว"

    เรื่องนี้ก็เรื่อยเปื่อย บอกตามตรงว่า ดูบ้างไม่ดูบ้าง

    แต่เผอิญมันมาต่อจากเรื่องอิเคะเมนพาราไดซ์ ก็เลยดูซะหน่อย

    ก็ไม่ได้เลวร้ายมาก แต่ก็ขี้เกียจดูเป็นบางตอน

     

     

     

     

     

    สรุป ตอนนี้มีละครให้ดูมากมาย แต่ติดหนึบ ๆ อยู่สามสี่เรื่องนี้

    และที่สำคัญคือ ที่เอามาวันนี้ทั้งหมด เคยเป็นการ์ตูนมาก่อนด้วยนะคะเนี่ย

     

    August, 2007

    โหเฮ้ย

    นอกจากจะมี COPYRIGHT (c)
     
    ยังมี COPYLEFT  (ɔ)
     
    ด้วยอ๊ะ  O_O
     
     
     
    COPYRIGHT แปลว่าลิขสิทธิ์
    ในเว็บมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน แปล COPYLEFT = ลิขซ้าย -..-
     
    เริ่ด ๆ ๆ

    เวลากับเอกภพ

    เป็นเรื่องสัมพันธ์กันหรือไม่ 
     
     
    O_O
    August, 2007

    สเปซเดี๋ยวนี้

     ดูข้อมูลได้ว่าใครมาดูสเปซเรา
     
     
     
    เพื่ออะไร?
     
     
     
     
    เซ็งเวบเช็คเรต

    แพนเค้ก

    ต้องทอดด้วยกะทะ
    ถึงจะอร่อย สมชื่อแพนเค้ก
     
     
     
    วะฮะฮ่า 

    เลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจ

    เป็นสีส้ม 
     
     
     
    ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
     
     
     
     
     
    August, 2007

    Bill Haley Rock Around the CLock

     
    Online Videos by Veoh.com

    April, 2007

    พ็อกเกตบุคก็มิปาน "สเตป บาย ซิงกิ้ง ทัวร์ริสต์"

    สิบเมษา - คอนวันแรก 
    วันนี้เป็นวันที่มีไลฟ์วันแรก แต่เราซื้อตั๋วมาแค่วันที่สิบเอ็ด
    มีคนบอกว่า ไหน ๆ ก็ได้ซื้อตั๋วของแฟนคลับแล้ว ทำไมไม่ดูทั้งสองรอบเลย
    สำหรับเรา รอบเดียว ดีกว่า  รอบเดียว ดีกว่าแน่ ๆ
     
    เมงุพาเรากับพี่ผึ้งไปดูเรนโบว์ฮอลก่อนว่า ต้องไปยังไง สุดยอดแห่งความใจดีมาก ๆ เมงุมิจังเพื่อนเลิฟ
    พอไปถึงก็เห็นแฟน ๆ มากมาย ดูครึกครื้น แต่พอดีว่าตอนที่ไปถึงเป็นเวลาประตูเปิดไปแล้ว ก็เลยมีแฟน ๆ อยู่ประปราย
    และพวกเราก็เริ่มกางลิสต์ซื้อของกัน
     
    ลิสต์ยาวเป็นหน้ากระดาษ  - -"
    ตอนซื้ออ่ะไม่ลำบาก เพราะเมงุเพื่อนเลิฟจัดการให้หมดเลย
    แต่ขากลับสิ หึหึ ไหล่เกือบหลุด
     
    กลับมาดูของที่บ้าน ยิ้มกันกรุ้มกริ่มไปมา
    กรี๊ดแตกกันไปบ้าง เพราะของมันสวยงามน่าเก็บเป็นคอลเลคชัน
    แต่ก็บ่นกันบ้าง เพราะโฟโต้บุคมันไม่คุ้มราคาเอาซะเลย
     
    สงสัยวันนี้จะเจอแต่เรื่องตื่นตัวเยอะ กลับบ้านมาเลยปวดหัวมาก ๆ
    สลบไปเลย
     
     
     
    วันที่สิบเอ็ดเมษา  ...กรี๊ด จะได้ดูไลฟ์แล้ว
     
    ช่วงเช้าไปเดินเล่นที่สวนสัตว์กับพี่ผึ้ง แล้วก็นัดเจอกับไอ่แตวที่สถานีนาโงย่า เพราะจะได้ไปที่เรนโบว์ฮอลพร้อม ๆ กัน
    พอไปถึงที่เรนโบว์ฮอลล์ประมาณสามสี่โมง ก็มีคนเรียงแถวกันยาวเหยียดแล้ว  คงจะมากันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าล่ะมั้งนั่น หึหึ
     
    ก็พากันเดินเล่น เดินวน ๆ กันก่อน 
    อ้อ ก่อนหน้านั้น แวะไปซื้อของที่เมื่อวานซื้อไม่ได้กัน ซื้อเสร็จก็เปลี่ยนเสื้อกันตรงนั้นเลยทีเดียว
    กรี๊ด ใส่เสื้อคอนแล้ว
    (แถมที่ใส่สีม่วงนะ เสื้อของพี่ผึ้งที่เค้าจะซื้อไปฝากเพื่อนนะนั่น - -)
     
    แต่ ..ที่อึ้งสุด ๆ คือ ... มีคนใส่บิกินี่มาด้วย  หึหึ  ...  หนาวจะตายชักขนาดนี้ยังจะใส่บิกินี่มาตัวเดียว  ... โถ .
     
    เดินวน ๆ อยู่รอบ ๆ ฮอลล์ ได้ยินเฮียโยเช็คเสียงเบส  อ๊าก ตื่นเต้นโว้ย
    แต่เดินได้อยู่พักนึง เห็นสตาฟเริ่มเดินออกมา เลยตัดสินใจแยกกับพี่ผึ้งเพราะว่า ตั๋วเรากับพี่ผึ้งแยกกัน T_T
    ตั๋วพี่ผึ้งเป็นตั๋วบนสแตนด์ พี่ผึ้งเลยต้องไปต่อแถวที่ชั้นบน
    ส่วนเรา เป็นตั๋วบริเวณอารีน่า ก็เลยต้องต่อแถวอยู่ข้างล่าง ซึ่งแถวยาวเหยียดที่เห็น นั่นก็คือแถวคนที่ยืนตรงอารีน่านั่นเอง - -
     
    บ้ายบาย พี่ผึ้ง T_T 
     
    หลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของเราและไอ่แตว
     
    ตอนที่เดินแยกกับพี่ผึ้งแล้ว ก็เดินจะไปต่อแถวข้างหลังสุด  แต่ตอนที่เดินสวนกระแสคนไปอยู่นั้น หึหึ
    ก็มีคนตะโกนเรียกเราอย่างดัง(และเสียงหวาน)มากว่า  """"" อันนนนซังงงงงง """""
     
    เราก็ เฮ้ย  ใครวะ ใครวะ  ทำไมมีเสียงคนเรียกเราออกมาจากแถว  พอหันไปก็
     
    ... แว้กกก ...  โทชิจัง - -"  
     
    และแน่นอน เรากำลังเดินสวนทางกับแถวฝูงชนนั่นอยู่  ซึ่งก็แปลว่า
     
    ทุกคนหันมามองที่อันซังเป็นสายตาเดียวกัน - -
     
    โทชิจังคือเพื่อนที่ทำงานที่ลอฟท์  ไม่ได้รู้จักกันโดยตรง แต่พอดีเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที และเพื่อนเราคนนั้นเค้าก็เคยแนะนำให้รู้จักกัน เพราะว่า เป็นแฟนโอเรนจิเรนจิเหมือนกัน วะฮะฮ่า
     
    โทชิจังถามว่า อันซังไม่ได้มาดูเมื่อวานด้วยหรอจ๊ะ ?
    เราก็ ใช่แล้วจ้า มาดูวันนี้วันเดียว (ในใจ แหะ เออสิ  ดูสองวันตูก็จนพอดี )
     
    โทชิจังนี่เป็นแฟนคลับโอเรนจิเรนจิอย่างแท้จริง  มีคอนที่ไหนก็ตามไปดูหมด  คอนสเตปบายซิงกิงทัวร์ริสต์ครั้งนี้ก็เหมือนกัน
    นอกจากจะดูที่นาโงย่าทั้งสองวันแล้ว
    เค้ายังตามไปดูที่โอซาก้า ซึ่งเป็นรอบไฟนอลมาด้วย  โอ น่ากลัวจริง ๆ
     
    คิดเล่น ๆ
     
    ค่าตั๋วสองวันก็คงซักหมื่นสี่ สองที่ก็คง สองหมื่นแปด  ค่าชิงคันเซนไปกลับก็คงสองหมื่นหนึ่งพัน
    แล้วยังมีค่าสินค้าแฟนคลับ คงซักราว ๆ หมื่นห้า
     
    รวมเป็นเงินทั้งสิ้น
     
    เกือบเจ็ดหมื่น!!!  +_+
     
    ตัวเลขน่ากลัวเหลือเกิน โอ โอ  
     
     
    พอเราตอบเค้าไปว่ามาดูวันนี้วันแรก เค้าก็เลยบอกว่า รีบไปเข้าแถวเร็ว ๆ ๆ   เราก็เลย รีบเดินฉึกๆๆ ไปต่อแถวข้างหลังสุด
     
    คิคิ มีกลุ่มเด็กหนุ่ม ที่อาจจะไม่หนุ่มจริง ๆ ก็ได้ ยืนต่อแถวแถวเดียวกับเรา เป็นทีมเดียวกันเลย เพราะเค้าให้ยืนต่อแถว แถวละหกคน และเรากับไอ่แตวก็ได้ยืนแถวเดียวกับเค้าด้วย โฮะโฮะ  เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะเราใส่เสื้อสีม่วงเหมือนกันหมดเลย  ........ ยกเว้นไอ่แตว   วะฮะฮ่า 
     
    และแล้วเรื่องเลว ๆ ก็เกิดขึ้น เมื่อมีมนุษย์เลว ๆ ทำนิสัยเลว ๆ ให้หงุดหงิดใจ
     
    มันเป็นแถวเรียกหน้ากระดานอยู่หกคน อยู่ ๆ มีเด็กอีกสองคน มันเลว มันเดินมาแล้วเจอเพื่อนมัน ซึ่งคือไอ่เด็กที่ต่อแถวอยู่ข้างหน้าเรากับไอ่แตว
    แล้ว มันก็ทำเนียน มานั่งแทรก 
     
    ตอนนั้นยังเพิ่งห้าโมงกว่า ๆ  แต่คือกูนั่งรอมาก็เกือบชม.แล้ว หิวก็หิว  หนาว ก็หนาว
    แล้วยังมีไอ่เด็กเวรนี่มาทำให้หงุดหงิดอีก
     
    จะไม่ให้หงุดหงิดได้ไง  ก็ถ้าเวลาเดินเข้าไปแล้ว ไอ่เด็กสองคนที่มันมาแทรก มันก็จะมาแทรก ให้เราล่นลงไปข้างหลังอีกแถว แล้วไอ่คนข้างหลังมันก็พูดบ่น ๆ เหมือนกันว่า ไอ่เด็กสองคนข้างหน้ามาแทรก แล้วอย่างนี้แถวก็ต้องเลื่อนสิ .. แล้วมันก็พูดว่า นั่งติด ๆ กันเถอะ จะได้ไม่โดนแทรก
    เออสิ  งั้นกลายเป็นว่ากูกับไอ่แตวสองคนที่จะหลุดวงโคจรใช่มั้ย ?
     
    หึ
     
    ความหน้าด้านของบรรดาเด็กม.ต้นพวกนั้นยังไม่หมดแค่นี้
     
    มันนั่งกิน ๆ กันอยู่ แล้วมันก็บอกว่า อยากถ่ายรูปรวมจัง
    แล้วมันก็หันมาทางเราและไอ่แตว
     
    แล้วก็ยื่นกล้องให้ไอ่แตว ประมาณว่า นี่เธอ ถ่ายรูปให้พวกชั้นหน่อยซิ
     
     
    ไอ่แตว ทำหน้าไม่พอใจอย่างรุนแรง   แต่พอดีเราเป็นนางเอก  เลยรับกล้องมา แล้วกดแชะ 
    มันก็ขอบคุณกันนะ    แต่อยากจะบอกพวกมันเหลือเกินว่า ไม่ต้องขอบคุณหรอก   พวกมึงลองไปดูรุปตอนล้างออกมาก่อนแล้วกัน
     
     
    พอดีว่ากล้องเป็นกล้องกระดาษ   มันเลยเช็คไม่ได้ว่า รูปที่ถ่ายไป ดีหรือไม่ดี
    หึหึหึ
    หารู้ไม่ว่า  จริง ๆ แล้วแกล้งถ่าย ให้พวกมึง หลุดเฟรมกัน  ก๊ากๆๆๆๆๆๆ
     
    นางเอกเลว ๆ คนหนึ่ง  โฮะๆๆๆ  (ก็พวกมึงอยากเลวกับกูก่อน ช่วยไม่ได้ โฮะโฮะ)
     
     
     
     
    และแล้วก็ได้เวลาเดินเข้าฮอลล์
     
     
    เป็นไปตามที่คิด   พวกแม่งมาแทรกกูกัน ทำให้พวกกูหลุดวงโคจร 
    แต่....  สตาฟคงเห็นใจ ก็ปล่อย ๆ ให้เข้าไป
     
    พวกแม่งมีการหันมาถามเพื่อนทีอยู่ข้างหลังว่า จะวิ่งเข้าไปกันเลยมั้ย ???
     
    สตาฟก็ตะโกนโหวกเหวก ๆ   อย่าวิ่งกันนะคร้าบบบ ขอร้องนะคร้าบบบบ
     
    อีพวกนี้ก็วิ่งงงง กัน แบบว่า ประหนึ่งว่า กูไม่ได้ยืนหน้าสุดกูไม่ยอมมมมม ไรงี้
     
     
    พอเข้ามาในฮอลล์แล้วก็ค่อยลืมเรื่องหงุดหงิดของอีพวกเลว ๆ เมื่อกี้ไปได้หน่อยนึง
    และอารมณ์หงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นอารมณ์ตื่นเต้นดีใจสุดขีดแทน
    เพราะตอนที่ยื่นตั๋วให้สตาฟดู เค้าบอกว่า เชิญหน้าสุดครับ 
     
     
    "หน้าสุด" ??
     
    ตั๋วเรา เบอร์ C1  นี่นา เอ๋ ๆ   หน้าสุดหมายความว่าไงจ๊ะ พี่สตาฟสุดหล่อ  ???
     
    และพอเดินไปตามบล็อคที่เค้าเขียนไว้ว่า ซีหนึ่ง....ก็ ... 
    กรี๊ดแตกกันสองคนกับไอ่แตว .. เพราะที่ที่เราได้ยืนกันนั้น   ..... มันอยู่ข้างหน้าสุดนะเซ่ แว้กๆๆๆๆๆๆๆๆ
    แถวซีคือตำแหน่งด้านขวาที่ยืนข้างหน้าฮิโรกิ แล้วแถวเลขหนึ่งก็คือ หน้าสุดนั่นเอง แว้กๆๆๆๆๆๆ
    ที่แท้ซีหนึ่งก็หมายความว่าอย่างนี้นี่เอง กรี๊ด ๆ ๆ
     
    คนที่กรี๊ดแตกหนักกว่าคือไอ่แตว เพราะว่ามันเริ่มบ้าฮิโรกิอย่างจริงจัง
     
    ในฮอลล์สุดยอดมาก  ถึงจะไม่ใหญ่เท่าอิมแพคบ้านเรา แต่เค้าจัดฉากจัดเวทีได้สวยงามมาก ๆ 
    เวทีเป็นฉาก ๆ เหมือนหน้าปกอัลบัม
    ส่วนข้างบน(ฮอลล์)มีไฟฉาย ๆ เป็นตัวอักษรชื่อคอนเสิร์ต สัญลักษณ์โอเรนจิเรนจิ แล้วก็เป็นดาว ๆ
    โอ้ยสวยงามตระการตา
     
    ประตูเปิดห้าโมงครึ่งจริง ๆ แต่พอเข้าไปแล้วก็ยังต้องรออีกหนึ่งชม. - -"  เพราะมันเริ่มหกโมงครึ่ง หึ
    ในระหว่างนั้นเราก็เริ่มสำรวจแฟน ๆ รอบข้าง
     
    ในบล็อกที่เรายืน เราเลือกยืนติดรั้วข้างหลัง ด้วยเหตุผลที่ว่า สัมภาระเยอะ และ ข้างหน้ามีแต่พวกสาว ๆ ใส่บิกินี่สี่แป๋น ทำเอาไม่กล้าเข้าใกล้
    ข้าง ๆ ไอ่แตว เป็นเด็กผู้ชายสองคนอายุน่าจะประมาณเด็กม.ต้น เพราะหน้าตาละอ่อนเหลือเกิน
    ส่วนข้าง ๆ เราคือเด็กผู้หญิงหน้าตาไร้เดียงสา อายุน่าจะประมาณม.ต้นเช่นกัน
    แต่ซักพัก  แถวข้างหน้าเรายังว่างอยุ่ ก็มีสาว ๆ กลุ่มนึงเดินเข้ามา หุหุ
     
    สาว ๆ กลุ่มนี้ ตัวไม่สูง แต่ .... เจ๊แกตีหัวโป่งซะจนเกือบบังทัศนวิสัยเรา โชคดีที่พ่อกับแม่ให้มาร้อยเจ็ดสิบเซน เลยไม่มีใครสามารถบังเราได้ วะฮะฮ่า
    มาฟังบทสนทนาของสาว ๆ กลุ่มนี้กันดีก่า หึหึ
     
    สาวหัวโป่งนัมเบอร์วัน - นี่เธอ ขอบคุณมากเลยนะ ซื้อตั๋วได้หน้าสุดเลยหรอเนี่ย ขอบคุณนะยะเธอ
    สาวหัวโป่งนัมเบอร์ทู - ย่ะ เป็นไงล่ะ ฝีมือซะอย่าง  (ทำหน้าเริศ เชิด หยิ่ง)
    สาวหัวโป่งนัมเบอร์วัน - นี่พวกหล่อน วันนี้ชั้นใส่บิกินี่มาด้วยน้า
    สาวหัวโป่งร่างอวบ -  จริงหรอยะ ถอดเลย
    สาวหัวโป่งทั้งหลาย  - ถอดเลย  ถอดเลย ถอดเลย
    สาวหัวโป่งนัมเบอร์วัน  - งั้นถอดละน้า .. (ไม่รอช้า และไม่อายใครทั้งสิ้น ถอดเสื้อโค้ตข้างนอกออก และข้างในนั่นก็คือ บิกินี่สีเนื้อแบบคล้องคอ) แทน แท้น เป็นไงล่า
    สาวหัวโป่งทั้งหลาย  - กรี๊ด เริศศมากเลยเธอ ชั้นเอาบ้าง  (อ่าว - - )
    แล้วมันก็เริ่มเปลือยกันทีละคน
    ไอ่แตว  -  โอะ
    เด็กผู้ชายข้าง ๆ ไอ่แตว  -   ..... (ยืนอึ้ง)
    เด็กผู้หญิงข้าง ๆ เรา      -  ... (หันไปพูดกับเพื่อนเค้า) ขอบคุณนะจ๊ะที่ซื้อตั๋วให้ นี่เป็นครั้งแรกของชั้นเลยนะ ขอบคุณมาก ๆ จ้า (ทำหน้าเลิกลักกันไปมา)
    แอน  -   (ทำเสียงพึมพำคนเดียว) นี่กระเป๋าใครวะ น่ากลัว อยู่ดี ๆ เอามาวางแล้วตัวก็หาย กระเป๋าใครวะ -"-
     
    ใช่แล้ว ตอนที่เราเดินเข้ามา มีเจ๊คนนึง ไม่ใช่นร.แล้ว แต่อยู่ดี ๆ ก็หิ้วกระเป๋านร.มาวางไว้ ข้าง ๆ เรา แล้วเจ๊ก็หนีหายไป ตอนแรกนึกว่าเจ๊มาจองที่แล้วไปเข้าห้องน้ำ แต่นี่ก็จะเริ่มคอนแล้ว ทำไมเจ๊ยังไม่กลับมาอีก จนเด็กม.ต้นนั่นมายืนข้างเราแล้ว ทำไมเจ๊ยังไม่กลับมาอีก ฮึ่ย เสียวจริง ๆ  ระเบิดป่าววะในกระเป๋า ???
    เราเลยหันไปถามไอ่แตว ไอ่แตวก็บอกว่า ถามคนข้าง ๆ ดูสิ  เราก็เลยถามน้องม.ต้นสองคนนั้นว่า  เอ่อ  .. คือหนูคะ  .. กระเป๋า .. คือ ว่า ....
    น้องคนที่ยืนติดเราก็ทำหน้างง ๆ แต่น้องอีกคน ก็หันมาพุดว่า  อ๋อ ไม่ใช่ของพวกหนูหรอกค่ะพี่
    แต่มันเกะกะใช่มั้ยคะ  งั้นเดี๋ยวหนูเอาไปวางข้างหลังรั้วละกันนะคะ
    ว่าแล้วน้องก็ไม่รอช้า หยิบกระเป๋า เหวี่ยงไปข้างหลังด้วยท่าฮามาก ๆ ทำเอาเราขำ
    แล้วเค้าก็หันมาหัวเราะกับเราว่า คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ ก็ของใครก็ไม่รู้นี่นา  เกะกะ   เนอะ
     
    ฮ่า ๆ ๆ น้องน่ารักมาก ๆ
     
    และแล้วบรรดาสาว ๆ หัวป่องก็ถอดกันเสร็จสิ้นซักที
    และแล้ว ... ก็ได้เวลาเริ่มคอน 
     
    กรี๊ดจริง  ๆ โอ้ย 
    ดนตรีตอนเริ่มต้นนั่น 
    เสียงดนตรีล่องลอยในอวกาศ แบบนี้  ต้องไม่ใช่ใครอื่นแน่ คนแต่งต้องเป็นเน่าโตะแต่เพียงผู้เดียว  อา...
     
    ไฟมืดสนิท แม้แฟน ๆ จะกรี๊ดกันดังแค่ไหน แต่เราก็จับเสียงความเคลื่อนไหวบนเวทีได้ว่า .. มีคนขึ้นมายืนแล้ว
    โอเรนจิเรนจิขึ้นมายืนบนเวทีกันแล้ว !!!!
     
    โอเรนจิเรนจิมายืนอยู่ตรงหน้าเราแล้ว !!!!! >_<
     
    และพอสิ้นเสียงเพลงอินโทรลูด แสงสีเสียงก็กระหึ่มขึ้นมา  เริ่มเพลงแรกด้วยเพลง  มิราเคิล
     
    โอ้ยย กรี๊ดแทบสิ้นสติ
     
    ฮิโรกิใส่เสื้อสีแดงแจ่ม   เรียวใส่เสื้อสีดำมีลายพิมพ์ข้างหน้า
    เน่าโตะเสื้อสีดำตัวเดิมที่ใส่เป็นประจำ  เฮียโย .....  ใส่อะไรแล้ววะ ก๊ากๆๆๆ - -
    ส่วนยามาโตะคุง ใส่เสื้อกั๊ก และเสื้อข้างในสีเนื้อ ๆ ดูเหมือนไม่ได้ใส่อะไร เอิ๊ก ๆๆ
     
    พอเพลงจบก็มีไฟพุ่ง ๆ ขึ้นมาตรงหน้าเวที ระเบิดตู้มมมม เหมือนเป็นสัญญาณว่า เริ่มคอนแล้วน้า ไรงี้
    โอ  ไอร้อนมันมาถึงที่ ๆ ยืนเลย  วูบวาบมาก ๆ  (ตอนนี้ไม่แน่ใจว่า มันอยู่ตรงนี้หรือว่าอยู่ตอนจบเพลง ฟูริคะซัง)
     
    เพลงมิราเคิลตอนเล่นสดนี่มันสุดยอดจริง ๆ  โอ  กระโดดกันพื้นสะเทือน
     
    และก็ต่อด้วยเพลง ....ฟูรินคะซัง 
    ตอนเริ่มเพลงนี้ขึ้นมา ฮาแตกไอ่แตวมาก เพราะมันบอกว่า มันเกลียดเพลงนี้มากที่สุดในอัลบัม ก๊ากๆๆๆ
     
     
    ต่อไปก็คือ เพลงอันร็อค สตาร์  กรี๊ดมาก เพลงนี้ เพราะเป็นเพลงโปรดสุด ๆ
    มีท่อนนึงในเพลงนี้ที่ฮายามาโตะมาก เพราะว่า ตรงท่อนนี้เป็นท่อนที่โบว์วี่เคยบอกว่าชอบมาก เพราะฟังแล้วมันโย่ว ๆ ดี (ท่อนที่2.10ในเพลง)
    ยามาโตะเค้นเสียงออกมา อีโยวววววววววววววววววววววววววววววววววววววว  ฮาสุดๆ
     
    พอจบสามเพลงแรก เรียวก็ออกมาทักทายแฟนเพลง
    เรียวพูดภาษานาโงย่าด้วย ก๊ากกก
    จำไม่ได้ว่าพูดยังไงแล้ว แต่ประมาณว่า พูดภาษาถิ่นว่า นาโงย่านี่ร้อนแรงจริง ๆ เล้ย วู้ว แล้วทำเสียงเล็ก ๆ ต่อท้ายว่า ใช้ศัพท์ถูกหรือเปล่าก็ไม่รู้  ตึ่งงงง
    ฮ่าๆๆๆ
    แล้วก็บอกว่า "ผมไม่ทราบว่าภาษานาโงย่าว่ายังไง แต่ในภาษาโอกินาว่ามีคำที่เค้าพูดกันว่า +++ (ภาษาโอกินาว่า) แปลว่า เจอกันครั้งเดียวก็เป็นเพื่อนกันได้แล้ว"
    แฟน ๆ ก็เย้ ๆ กันใหญ่  แล้วเรียวก็บอกว่า  "เพราะฉะนั้น ทุกคนในที่นี้ ได้มาเจอกันแล้ว ก็แปลว่า ทุกคนเป็นเพื่อนกันแล้วน้า"
     
    แล้วก็เข้าสู่เพลงต่อไป
     
    ตอนช่วงนี้ คลับคล้ายคลับคลาว่า เวทีมันเปลี่ยนไป เป็นโครงเหล็ก ๆ สัญลักษณ์โอเรนจิเรนจิ หรือไงนี่ล่ะ
     
    โอเนงาอิเซนยอริต้า  ...
    เพลงนี้ แดนซ์กันมัน  แต่พี่ผึ้งบอกว่า เพลงนี้ไม่เห็นมันเลย  ตึ่งง
     
    เพลงต่อไปคือ มิชชันอินป๊อปปิ๊ปปุรุ - -"    เออ เพลงนี้ ไม่ได้ฟังนานแล้ว พอฟัง แล้วก็ อ๋อเออ มีเพลงนี้อยู่ในวงนี้ด้วยนี่หว่า ก๊ากๆ ๆ ๆ
    ไอ่แตวยืนงงว่า เพลงอะไรวะ หึหึ
     
     
    ส่วนสองเพลงต่อไปนี่ เราแอบจำไม่ได้ว่า เพลงในเล่นก่อน ระหว่างเพลงทวิสเตอร์กับเพลงเชสโตะ
     
    คุ้น ๆ เหมือนจะเป็นเพลงทวิสเตอร์ก่อน แต่ก็ คิด ๆ ไปก็ เอ๊ะ หรือว่า เชสโตะก่อนวะ ? ไม่แน่ใจเหมือนกัน
     
    ตอนเพลงทวิสเตอร์ก็ เหวี่ยงผ้ากันเมื่อยแขนสุด ๆ   มันจริง ๆ ให้ตายดิ้น โดยเฉพาะตอนที่ร้องออกมาว่า โว้ยยย  ก๊ากๆๆๆ มันสุด ๆ
    ในเพลงนี้เองที่เราเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของนาโอโตะ หลังจากที่ยืนเป็นหุ่นอยู่นานพอควร
    เน่าโตะและโยพากันมายืนข้างหน้าตรงแอมป์  แต่เน่าโตะก็ไม่เดินเฉียดมาทางด้านเราเลยซักนิดเดียว T_T
    คนที่มาคือเฮียโยแทน  โอ้ยยย เฮียโยยิ้มหวานนนน โบกมือบ้าย ๆ ให้แฟน ๆ ทำเอา แฟน ๆ แถวนั้นละลายกันทีเดียว
    โอย เฮียโย
     
    พอจบช่วงนี้ แสงสีก็มืดไปวูบนึง วูบใหญ่มาก ๆ
    แล้วก็เริ่มมีแสงขึ้นมาพร้อมมนุษย์ต่างดาวคนนึง ^o^
    ยามาโตะนั่นเอง อุฮึฮึ
     
    ยามาโตะเงียบไปนาน แล้วก็พูดทักทายแฟนเพลง 
    แล้วหลังจากนั้นก็เงียบไปอีก .... แล้วยามาโตะจึงสารภาพความจริงออกมาว่า
    "ผมลืมเรื่องที่เตรียมจะพูดไปแล้วครับ - - "  แฟน ๆ ฮาแตก
    ยามาโตะยืนอึ้งอยู่พักนึง ก็เลยบอกว่า .. "อา ช่วยไม่ได้ เล่นแบบเมื่อวานก็แล้วกัน" แฟน ๆ ก็เย้
    แล้วยามาโตะก็ .. "อ๊ะ นึกออกแล้วว่าจะพูดว่าอะไร"  
     
    "เมื่อวานใครมาบ้างแล้ว ยกมือหน่อยค้าบ"
     
    คนที่ยกมือก็เกินครึ่งแหละ รวมทั้งน้องม.ต้นข้าง ๆ เราด้วย - -"  เมื่อตอนเข้าฮอลล์มา มันยังพูดกับเพื่อนอยู่เลยว่า นี่เป็นคอนครั้งแรกของมัน- -
     
    "โอ มากันหมดแล้ว งั้นก็เล่นมุกนี้ไม่ได้แล้วสิ "
    แฟน ๆ ก็  "เอ๋ ... เล่นเถอะ ๆ ไม่เป็นไรหรอก "
    ยามาโตะก็หัวเราะ แล้วพูดว่า "เล่นก็เล่น เพื่อคนที่มาวันนี้  พิเศษเฉพาะที่นาโงย่าเลยนะเนี่ย "
    แฟน ๆ "กรี๊ด ๆ ๆ  เย้" 
    แอน นึกในใจ "หึหึ ตลก ที่อื่นก็ใช้มุกนี้เล่นใช่มั้ยล่ะ แหมะ "
     
    ยามาโตะ "ไม่มีครั้งที่สองแล้วนะ"
    แฟน ๆ "ค่า"
    ยามาโตะ "ทุกคนรู้จักดาราตลกของโอกินาว่าที่ชื่อ +++ มั้ย ? (ใครก็ไม่รู้ ฟังไม่ออก)  ผมสามารถล้อเลียนเค้าได้เหมือนเด๊ะเลยนะ"
    แฟน ๆ "ก๊ากๆๆๆๆ"
     
    ยามาโตะ เงียบไปพักนึง
     
    แล้วอยู่ดี ๆ ก็ทำเสียงออกมาว่า "เห" แล้วทำท่าแบบฮามาก ๆ
    แฟน ๆ ก็กรี๊ด ๆ ๆ ปรบมือดีใจกันใหญ่
     
    ฮิโรกิที่ยืนเช็ดเหงื่ออยู่ข้างหลัง ก็หัวเราะออกไมค์ดังมาก หึหึ
     
    แล้วฮิโรกิก็บอกว่า นี่ ๆ จริง ๆ นาย ทำท่าเลียนแบบซาซาเอะได้ด้วยไม่ใช่หรอ ? นึกว่าจะทำท่านั้นให้แฟน ๆ ดูซะอีก
     
    แฟน ๆ กรี๊ดดังมากกกกกก  แต่ยามาโตะ หันมาทำหน้าดุใส่ฮิโรกิ  สีหน้าประมาณว่า เฮ้ย ไอ่เชี่ย ประจานกูหรอวะ
    ฮิโรกิทำหน้าประมาณว่า อ่าว ซวยแล้วกู มันไม่อยากทำหรอวะ  แล้วก็เลยกลบเกลื่อนว่า  อ้าว ไม่ทำหรอ
    ยามาโตะ หันมา  หน้าฮามาก แบบว่า เอาไงดีวะกู ความลับถูกเปิดเผยแล้ว
    แล้วมันก็บ่ายเบี่ยงไป ถูไถไปมา จนสามารถพากลับเข้าสู่เพลงต่อไปได้
     
    เสร็จสิ้นการเล่นมุกของยามาโตะ - - เข้าสู่เพลงต่อไป
     
    ไม่แน่ใจว่าฉากมันเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนไหน
    แต่ว่าปกติฉากตอนเข้ามามันจะเป็นฉากสีแดง ๆ แล้วก็มีฉากเป็นรูปหน้าปกอัลบัม  แล้วตอนนี้มันก็กลับมาเป็นแบบนั้นอีกแล้ว
     
    เพลงในเซตต่อไปมีสี่เพลง แล้วแต่ละเพลงเป็นเพลงที่เน้นเนื้อหามาก ๆ เริ่มจากเพลงแรก
     
    เพลงฮัลโหล 
    เพลงนี้ชอบมากเป็นการส่วนตัว เพราะเนื้อหาดีมาก ๆ ให้ตายดิ้น ดนตรีก็ฟังแล้วรู้สึกดี
     
    พอเพลงฮัลโหลจบก็เงียบไปพักนึง แล้วก็มีเสียงดนตรีแบบ หึ่ม ๆ ๆ อยู่ข้างหลัง เหมือนจะร่ายอะไรซักอย่าง
    ตอนนี้แอบเห็นเงาข้างหลังว่านาโอโตะเปลี่ยนกีตาร์เป็นอีกตัว
    แล้ว ก็มีดนตรีเพลงสเตปบายสเตปขึ้นมา โอะ แม่เจ้า กรี๊ดสลบค่ะ  เพราะชอบเพลงนี้มากกกกกก ฮึ่ย สุดยอดค่ะ
     
    เพลงต่อไปวอล์คออน 
    โห เพลงนี้ สุดยอดมาก ฟังสดแล้ว.... โอ  จอร์ช  .....  น้ำตาซึม
    โดยเฉพาะตอนที่ฮิโรกิร้องแล้วเรียวกับยามาโตะเป็นคอรัสให้ โอ้ย มันสะเดิดจริง ๆ เลยพี่ฮันนา (ใครคือพี่ฮันนา ?)
     
    ตอนจะขึ้นเพลงต่อไปก็มีเสียงดนตรีหึ่ง ๆ เหมือนอินเตอร์ลูดอะไรแบบนี้ขึ้นมาเหมือนกัน และก็ มีการฉายพรีเซนเตชั่นด้วย (ก๊ากๆๆๆ เราหาศัพท์ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว)
    เพลงนี้คือเพลงบิวตี้ฟูลเดย์นั่นเอง
    ตอนเพลงนี้มีเอ็มวีประกอบด้วย เป็นเรื่องราว แต่ออกแนวเอ็มวีอาร์ต ๆ   อนิเมชั่นล้วน ๆ
    ตอนเริ่มต้นเป็นเด็กวิ่ง ๆ ๆ  แล้วก็ ........ ยังไงต่อไม่รู้ - -" ก็มัวแต่เคลิ้มกับเพลง
    แต่ตอนหลัง ๆ เหมือนจะบิน ๆ ร่อนลงมา  - -? เทือก ๆ นี้มั้ง จำไม่ได้
     
    โอเพลงนี้เลิศมากค่ะ  พอจบเพลงนี้ ฮิโรกิพูดซึ้งมาก ประมาณว่า ขอบคุณทุก ๆ คนจริง ๆ เพราะทุกคนจึงทำให้มีไลฟ์ที่สุดยอดแบบนี้ขึ้นมาได้
    แฟน ๆ ก็ ปรบมือเกรียวกราว
    ตอนดูมาจนถึงเพลงนี้ เราคิดว่าฮิโรกิเป็นคนนอบน้อมนะ เพราะว่า ฮิโรกิ ก้มหัวขอบคุณทุกเพลงที่เล่นจบเลย อา .. หลงรัก
     
    และแล้ว ไฟก็สว่างวาบขึ้นมาทั่วฮอลล์   ทำเอาเราหน้ามึดนิดหน่อย เพราะปรับไม่ทัน เป็นโรคสายตาฝ้าฟาง (แก่ขนาดนี้แล้วหรอนี่ตู)
     
    แล้วไม่รู้ว่า ฮิโรกิมันคิดเหมือนกับเราอยู่หรือไง อยู่ดี ๆ ฮิโรกิก็พูดขึ้นมาว่า ในนี้มีคนช่วงอายุต่างกันมากเลยเนอะ แต่ทุกคนก็มาดูกัน ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ  (แอบสะดุ้ง)
     
    แล้วก็เข้าสู่ช่วงเอ็มซีที่นานที่สุด
     
    ฮิโรกิ - นาโงย่านี่ ทาโอรุสีเหลืองเยอะจังเลยเนอะ พอลองมอง  ๆ ไปแล้ว
    แฟน ๆ -  (พูดอะไรไม่รู้)
    ฮิโรกิ  - อ้า ไม่ใช่สีเหลืองหรอ ? ผมคิดไปเองหรอ ?
     
    แล้วตอนนี้เอง ที่มีเด็กแถวหน้าสุดของบล็อกเราตะโกนขึ้นมาดังมากว่า  สีเหลือง
    ฮิโรกิถึงกับหันขวับ แล้ว หันมาตะคอกกลับว่า
    "สีเหลืองก็เหลืองสิ  ตกใจหมด เป็นเพื่อนเล่นกับชั้นหรือไงเธอน่ะ ตะโกนซะ"
     
    ตอนนั้นฮิโรกิพูดออกไมค์ด้วย แฟน ๆ คนอื่น ก็ขำกันเกรียวกราว  ฮามาก ๆ
    แล้วฮิโรกิก็พูดต่อ "แต่สีเหลืองเยอะจริง ๆ นะ  เอ๊ะ หรือว่าประปรายน้อ "
    แฟน ๆ ก็ขำ
     
    ฮิโรกิ - สุดยอดเลยเนอะเรียวซัง
    เรียว - (ทำท่าดาราตลกคนั้นที่ยามาโตะล้อเลียนตอนแรก)  "เอ๋  !?!"
    แฟน ๆ ก็ฮากันเข้าไป
    ฮิโรกิ - สุดยอดเลยเนอะยามาโตะซัง
    ยามาโตะ - (ไอ่นี่ก็กลัวน้อยหน้า เลยเอาทำมั่ง)  "เอ๋~!?!"
     
     
    ไอ่เด็กที่อยู่แถว ๆ เราก็ขำกันกิ๊กกั๊ก
     
    แล้วฮิโรกิก็เริ่มคุยต่อว่า  "เนี่ยนะ ปกติพวกผมก็จะคิดกันว่า ช่วงเอ็มซีเนี่ยจะทำยังไงดี แต่เผอิญคราวนี้ก็ไม่ได้เตรียมอะไรมาก
    เพียงแต่เห็นว่า ในนี้เนี่ย ก็มีคนตั้งแต่รุ่นเล็กยันรุ่นใหญ่เลยนะ ผมก็เลยคิดว่า ในนั้นก็น่าจะมีแฟน ๆ หลายแบบ
    เช่นว่า บางคนก็มาดูเพราะว่า โดนแฟนลากมาบ้าง หรือว่า บางคนก็ลากคุณแม่มาดูบ้าง 
    ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วไม่รู้จักเลยว่า ไอ่พวกเวรนี้เป็นใคร" (แฟน ๆ ฮากัน)
    "อ้อ แล้วในนี้ก็น่าจะมีคุณแม่บ้าน ที่มาดูด้วยแน่ ๆ เลย 
    สุดยอดเลยเนอะ  คงจะฟังเพลงมิราเคิลไปแล้วก็ทำกับข้าวไป คล้าย ๆ กับว่า โอ๊ะ กับข้าวมื้อนี้จะต้องเลือกสรรค์วัตถุดิบที่มิราเคิลสุด ๆ มาทำให้คุณสามีทาน
    แบบนี้แน่ ๆ เลยใช่มั้ยครับ"
    (แฟน ๆ ฮาแตกกัน)
     
     
    แล้วฮิโรกิก็บอกว่า ไหนผมขอเช็คเรตอายุหน่อยซิ ใครมั่นใจว่าตัวเองอายุมากสุดในนี้ยกมือขึ้นเลยคับ
     
    .... แน่นอนว่า คนยกมือก็ .. เกือบทั้งฮอลล์  .. รวมทั้งไอ่เด็กม.ต้นที่อยู่ข้าง ๆ เราด้วย -"-
    ฮิโรกิบอกว่า "อะไรกันนี่พวกเธอ  งั้นเอางี้ดีกว่า ถามแบบนี้ไม่ได้ความ ต้องถามว่า ใครอายุเกินร้อยยี่สิบยกมือขึ้น"   (- -")
    หึหึหึ  ปรากฎว่าเยอะกว่าเดิม
    ฮิโรกิเลยพูดว่า  "โอ๊ะ เพราะฉะนั้นคนอายุห้าสิบหกสิบดีใจได้" (เพราะมีอีพวกร้อยยี่สิบเยอะกว่า หึหึ)
     
    "คงจะมีคนที่มาดูครั้งแรกด้วย ก็เลย ขอแนะนำสมาชิกในวงอย่างง่าย ๆ เลยนะครับ"
    ว่าแล้วฮิโรกิก็เอามือไปคว้ากล้องจากตากล้องที่อยู่บนเวทีมา
     
    ยามาโตะก็บอกว่า คนแรก ฮิโรกิ คือคนที่กำลังถือกล้องอยู่นี่นะครับ
    และคนต่อไปก็คือผมเอง ฮิโรกิก็ถ่ายไปที่ยามาโตะ แล้วภาพที่ฮิโรกิถ่าย มันจะมาออกบนจอที่อยู่ข้างหน้าเราพอดี แบบว่า - -"
    ยามาโตะเอาไมค์มาต๋อจู๋ซังอีกแล้วคับท่าน ... คือมันชอบทำจังเลยนะท่านี้
    ไม่รู้เพราะว่าตัดออกไปแล้ว แล้วอยากมีใหม่?  หรือว่า มีอยู่แล้วแต่อยากให้ยาวขึ้น ? ก๊ากๆๆๆ
    ต่อไปก็เป็นเรียว แล้วก็เฮียโย โอ้ย ตอนเฮียโยตบเบสผัวะ ๆ อยู่อ่ะ แฟน ๆ กรี๊ดกันสนั่นฮอลล์เลย ไม่น่าเชื่อเลย ให้ตายดิ้น
    ต่อไปก็มือกลอง คุณซากุไร นี่ก็ตลกไปวัน ๆ  โซโลโชว์เป็นจังหวะที่ฮามาก ๆ นึกว่าไปงานวัด
    แล้วฮิโรกิก็ซูมไปที่หน้าคุณซากุไร พอตอนจบก็มีการทำหน้าฮา ๆ ใส่กล้อง  ฮากันใหญ่
    แล้วก็คนสุดท้ายคือเน่าโตะ  เน่าโตะโซโลกีต้าร์เสร็จ ก็ทำท่าสู้ตายฮับใส่กล้อง(ซึ่งคือฮิโรกิ) แล้วก็ยิ้มหวานเชียว
    ภาพเน่าโตะทำท่าสู้ตายอยู่บนจอ มันอยู่ตรงหน้าเลย ฮ่า ๆ ๆ น่ารัก ๆ ๆ
     
    ต่อไปก็เป็นช่วงสนองตัณหายามาโตะ ฮ่าๆๆๆ
    ยามาโตะชอบเบสบอลมากใคร ๆ ก็รู้ และตอนนี้เอง ที่ทำเอาฮาสุด ๆ
    เพราะอยู่ดี ๆ ก็มีเสียงเพลงเชียร์ทีมดรากอนส์ขึ้นมา แฟน ๆ ฮากันกลิ้ง
    เพราะว่า ทีมดรากอนส์เป็นทีมของนาโงย่า แล้วเพลงนี้ก็ไม่มีใครในนาโงย่าไม่รู้จัก 
    เพราะมันเปิดกนกระหึ่มทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ว่าจะถนนทางเดินในห้าง สี่แยก
    ฮิโรกิก็พูดว่า พูดถึงนาโงย่าก็ต้องทีมดรากอนส์ใช่มั้ยล่ะ 
    แล้วเรียวก็เป็นคนโยนลูกให้ยามาโตะตีบอลให้แฟน ๆ
     
    แล้วลูกสุดท้ายเนี่ยสิ    ....  ยามาโตะตีตกมาทางพวกเรา !!
    ยัยสาว ๆ หัวโป่งชุดบีกินี่มันแย่งกันแทบตาย ถอยหลังมาจนทำเอาเราเซ แล้ว เด็กชายม.ต้นที่ยืนข้าง ๆ พวกเราก็เซไปด้วย
    ล้มทับกันไปหมด  สตาฟต้องมาเก็บรั้วใหม่ ฮามาก ๆ  สรุป คนที่ได้ไปคือ คนที่ล้มทับเด็กชายคนนั้นนั่นเอง หึ
    อีกนิดเดียวก็จะหล่นมาบนหัวเราแล้วเชียว - -
     
    แล้วหลังจากนั้น ฮิโรกิก็บอกว่า นี่นะแฟน ๆ  ต่อไปนี้ เรียวจังจะโชว์ความสามารถให้ดู
    เรียวซังเคยบอกว่า มั่นใจในฝีเท้าตัวเองมาก เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจะมาดูกัน
    แฟน ๆ เย้ ๆ กันใหญ่
    ว่าแล้ว ตอนนั้น ทีมงานก็เอาธงอันใหญ่มายื่นให้ยามาโตะ ส่วนเน่าโตะ ก็เดินจากเราไปอีกแล้ว T_T
    เน่าโตะเป็นคนถือปืน เลยต้องไปยืนฝั่งนู่นน ไกลลิบ เห็นแค่ร่างบาง ๆ ยืนข้างร่างหนา ๆ (เรียวคุง)
    ส่วนมือกลองซากุไรก็เป็นคนถือเส้นชัยกับเฮียโย  เลยได้มายืนข้างเราอีกแล้ว แฟน ๆ กรี๊ดกันจนหูจะแตก - -"
    เฮียโยก็เลยโบกมือบ้ายบาย ให้แฟนเพลง อ่าว ซวยสิ คราวนี้แฟน ๆ กรี๊ดหนักกว่าเดิม -"-
    แล้วยามาโตะที่ถือธง ก็มาโบก ๆ ธงอยู่ ข้าง ๆ เฮียโย  โอ้ย พอได้เห็นยามาโตะชัด ๆ แล้วมันจี๊ดมาก
     
    ยามาโตะหุ่นเท่ชิบเป๋ง กล้ามตรงแขนเป็นมัด ๆ บีกบึนมาก คือตัวไม่ผอมเท่าที่คิดเลยนะ  เท่มากค้า>_<
     
    ก่อนหน้าเรียวจะวิ่ง ฮิโรกิก็เรียกทีมงานออกมาคนนึง เป็นทีมงานที่หุ่นล่ำทีเดียว 
    ฮิโรกิก็ให้ทีมงานคนนี้วิ่งก่อน แล้วได้เวลาออกมาประมาณห้า วิมั้ง ?
    แล้วก็ให้เรียวลบสถิติให้ได้ (ลบไม่ได้ก็เกินไปละ สตาฟตัวขนาดนั้น หึหึ)
    แล้วฮิโรกิก็มาสัมภาษณ์เรียวว่า คุณสตาฟคนนี้วิ่งเป็นยังไงบ้าง
    ฮิโรกิ - เป็นไงมั่ง
    เรียว -  ไม่มีทางซะหรอก(ทำท่าฟึดฟัดแล้วเดินไปตรงที่สตาร์ท)
    ฮิโรกิ -  (มองเรียวแล้ว  ขำอย่างไม่เกรงใจ)
    แฟน ๆ -  ฮาแตกสิคับ
     
    แล้วนาโอโตะต้องเป็นคนยิงปืน แต่ดุเหมือนจะมีปัญหากับปืน เรียวเลยเดินไปช่วย แล้วเหมือนจะพูดอะไรซักอย่าง แล้วทำท่าแบบว่า เฮ้อ ก๊ากๆๆๆ
    ฮิโรกิเลยแซวว่า นี่ยังต้องให้เด็กอายุน้อยกว่าช่วยอีกหรอเนี่ย - - (นาโอโตะคงทำอะไรไม่เป็นซักอย่างจริง ๆ นอกจากดนตรีอย่างเดียว)
     
    พอเรียววิ่งเสร็จ
    ฮิโรกิก็เอาไมค์ไปจ่อที่คุณซากุไร  (ห๊ะ เอาไมค์ไปจ่อ กรี๊ด สำนวนนี้ไม่ผ่านค้า) แล้วถามว่า เรียววิ่งเป็นไงบ้าง
    แล้วคุณซากุไร เค้าเป็นคนฮา ๆ อยู่แล้ว เค้าก็ทำเสียงเบิกบานสุดขีดแล้วพูดว่า "มันเยี่ยมยอดไปเลย ว้าว"
    ฮิโรกิเลยแซวว่า ทำไมตอบซะร่าเริงขนาดนั้นเลย หึหึ
     
    แล้วเค้าก็ให้ดูภาพช้าตอนที่เรียววิ่ง แล้วคือภาพช้ามันถ่ายจากด้านหน้าของเรียว มันเลยทำให้แฟน ๆ ฮากันกลิ้งเลย เพราะว่าเรียวตอนวิ่งหน้าตาฮามาก ๆ
    เหมือนอะไร พลุ้ย ๆ กระดึ๊บ ๆ ๆ  ก๊ากๆๆๆ ฮาจริง ๆ ให้ตายดิ้น
     
     
    แล้วตอนนี้เองที่ฮิโรกิเซอร์ไพรส์ เริ่มสัมภาษณ์คนดู โดยส่งทีมงานและตากล้องไปที่สแตนด์ และสุ่มแฟน ๆ สัมภาษณ์ออกจอยักษ์
     
     
    เริ่มจากคนแรก 
     เป็นคุณลุงดูท่าทางมีอายุ บุคคลิกแบบโอตากุทั่วไป
     
    ฮิโรกิ  -  บอกชื่อเลยคับ
    คุณลุง -  ผมชื่อ +++++ คะ คะ คะ คับ - -"
    ฮิโรกิ  -  (ฟังไม่ออกชัวร์) อ่อ มาจากไหนคับ
    คุณลุง - มะ มะ มา จาก +++ คับ
    ฮิโรกิ  - (หัวเราะอย่างไม่เกรงใจใครอีกแล้ว เพราะมันฟังไม่ออกนั่นเอง แล้วแฟน ๆ แถวข้างหน้าก็ช่วยบอกให้)
    คุณลุงดูเหมือนจะตื่นเต้น จนพูดจาไม่ถูก แต่จะว่า ตื่นเต้นจริง หรือเปล่า ไม่รู้ เพราะลุงแกพูดไม่หยุดเลย
     
    คุณลุง -  คะ คือว่า วันก่อน ผะ ผะ ผมไปเที่ยวโอกินาว่ามาด้วยคับ แล้วก็ ซะ ซะ ซื้อเสื้อตัวนี้ มาด้วยคับ  (แล้วทำท่าโชว์เสื้อที่ใส่อยู่ให้กล้อง)
    แฟน ๆ - หัวเราะกันคิกคัก
    ฮิโรกิ  - ซะ ซะ ซะ ซื้อ เสื้อตัวนี้มาเพื่อใส่มาวันนี้เลยหรอ คะ คะ ครับ ?  (หัวเราะ)
    แฟน ๆ - ฮากันอีก
    คุณลุง - ชะ ชะ ใช่ ละแล้ว คับ
    ฮิโรกิ และ แฟน ๆ - ขำกันระเบิดระเบ้อ
     
    แล้วคุณลุงก็พูดขึ้นมาอีกโดยที่ไม่ต้องรอใครถาม แบบว่ากูอยากเล่า
     
    คุณลุง - ผะ ผะ ผม แวะไปโรงเรียนยามาอุจิมาด้วย คะคะคับ แล้วก็ ถ่ายรูป มาด้วยคับ
    ฮิโรกิ  - ถ้าโดนคนอื่นเข้าใจผิดว่าเป็นพวกโรคจิตมาแอบถ่ายรูปเด็ก ๆ ในโรงเรียนละก็ ระวังติดคุกด้วยละกันนะคับ
    ทุกคน - ขำกันใหญ่
    ฮิโรกิ  - คิดว่าเรียวซังวิ่งเป็นไงบ้างคับ  
    คุณลุง - คะ คะ คือว่าเมื่อก่อนนี่นะครับ  ผมเคยเล่นกรีฑามาก่อนด้วยล่ะคับ แล้ว...   (ยังไม่ทันได้พูดต่อก็โดนฮิโรกิพูดแทรกขึ้นมาก่อน)
    ฮิโรกิ  - คะ คะ คือผมถามเรื่องเรียวคับ เรื่องคุณลุงจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะคับ
    ทั้งฮอลล์ - ฮากันสะบัด ก๊ากๆๆๆๆ
    คุณลุง -  อะฮะฮะ  .....ก็ ... เนิบ ๆ ดีนะคับ
    ฮิโรกิ  - งั้นหรอ ?  (หันไปทางเรียวแล้วพูดว่า) นี่เรียว ๆ ดูเหมือนเค้าจะบอกว่านายวิ่งเนิบ ๆ นะ
    เรียว   - .. แหะ ๆ
     
    แล้วก็ไปสัมภาษณ์คนต่อไป
    เป็นเด็กอายุยังทีนเอจอยู่ ซักป.ห้า ป.หก  หัวเกรียนเชียว
    ฮิโรกิ  -  ชื่ออะไรคับ
    น้องผู้ชาย  - ชื่อ +++
    ฮิโรกิ  -  อายุเท่าไหร่แล้วคับ
    น้องผู้ชาย  - ทำหน้าเลิกลัก ไม่ยอมตอบ หันไปหาแม่ ตลอด
    ฮิโรกิ  - โอ้ว  ที่นั่งข้าง ๆ นั่นพี่ชายหรอ ?
    ตากล้องเลยถ่ายไปที่คนข้าง ๆ ซึ่งก็คือพี่ชายของน้องคนนี้ หน้าตาดีใช้ได้
    ฮิโรกิ  - โอ้ว นี่พี่ชายหรอ  
    แฟน ๆ -  กรี๊ด...ขักโคอี้~(แปลว่าน่ารักจังเลย เท่มากค้าประมาณนี้)
    ฮิโรกิ  - เนอะ หน้าตาดีใช่ได้นะเนี่ย  อายุเท่าไหร่แล้ว 
    พี่ชาย  - สิบสี่คับ
    แฟน ๆ - กรี๊ด ขักโคอี้ (หล่อจังงงงง) - -"
    ฮิโรกิ  - แล้วน้องชายล่ะอายุเท่าไหร่ ?
    พี่ชาย  - (ทำหน้ามึนงง แล้วเอาไมค์ออกจากปาก แต่แอบเห็นว่ามันพูดว่า เฮ้ย แกอายุเท่าไหร่แล้ว)
    แฟน ๆ - ขำกันใหญ่
    ฮิโรกิ  - อ้าว นี่พี่น้องกันจริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย !?!
    พี่ชาย  - สิบสองคับ
    ฮิโรกิ  - เอ๋ !?!  ห่างกันแค่สองปีเองหรอ ?? พี่ชายดูหนุ่มมากเลยนะเนี่ยเล่นกีฬาล่ะสิ โกนหัวแบบนี้
    พีชาย  - อา ใช่ครับ อยู่ชมรมเบสบอล
    ฮิโรกิ  - นั่นไงว่าแล้วเชียว  ...  แล้วคิดว่าเรียววิ่งเป็นไงบ้าง
    พีชาย  - ก็ ดูพยายามเต็มที่แล้วครับ
    ฮิโรกิและแฟน ๆ - ฮาแตก
    ฮิโรกิ  - แต่หน้าตาดีจริง ๆ เลยนะเนี่ยยย
    แฟน ๆ - ช่ายยยย
    ฮิโรกิ  - นี่พวกเธอ เอาไงกันแน่ เมื่อกี้ยังกรี๊ด ๆ ว่าฮิโรกิ ฮิโรกิ กันอยู่  (ประมาณว่า พวกหล่อนจะเอาใครกันแน่ฟะ เมื่อกี้ยังกรี๊ดกูกันอยู่เลย)
    แฟน ๆ - กรี๊ดกันสนั่น
     
    แล้วก็ไปสัมภาษณ์คนต่อไป เป็นคุณแม่ท่าทางใจดี พ่วงลูกสาวมาสามคน
    ฮิโรกิ - บอกชื่อเลยคับ
    คุณแม่ - ชื่อ+++ ค่ะ
    ฮิโรกิ - ข้าง ๆ คือลูกสาวหรอครับ  ?
    คุณแม่ - (ทำเสียงร่าเริง) ใช่แล้วค่า
    ฮิโรกิ -  โห ลูกสาวสามคนเลยหรอคับนั่น ?
    คุณแม่ - สี่คนต่างหากค่า (คุณแม่ชี้นิ้วมาที่ตัวเองแด้วย - - แฟน ๆ ฮากันใหญ่)
    ฮิโรกิ - คุณแม่นี่ฮาดีนะครับ  แล้วคิดว่าเรียวซังวิ่งเป็นไงบ้างคับ
    คุณแม่  - อุ้ย วิ่งได้เร็วมาก ๆ เลยค่า
    ฮิโรกิ - (หัวเราะก่อนถามว่า) เทียบกับคุณสามีแล้วใครวิ่งเร็วกว่าคับ
    แฟน ๆ - กรี๊ดกันใหญ่
    คุณแม่ -  ก็ต้องหนูเรียวอยู่แล้วค่า เพราะว่าหนูเรียวเด็กกว่านี่ค่า โฮะโฮะโฮะ
    ฮิโรกิ  -  ก๊ากๆๆๆ (หันไปทางเรียว) นายชนะด้วยอายุแล้วล่ะ 
    (เรียวคงนึกในใจ แต่ผมอยากชนะใจฮิโรกิมากกว่า ก๊ากๆๆๆ อ่าว กลายเป็นนิยายเกย์ไปแล้ว)
     
    ก็เสร็จสิ้นการสัมภาษณ์คนดูบนสแตนด์เพียงเท่านี้  หลังจากนั้น ก็มาดูเวลาที่เรียววิ่งไป
    และแน่นอนว่า เรียวทำเวลาชนะสตาฟคนนั้นนั่นเอง หุหุ
     
    แล้วตอนที่ฮิโรกิบอกเวลาเรียว มันคุยอะไรกันก็ไม่รู้ฟังไม่ออก แต่อยู่ดี ๆ เรียวก็ทำท่าล้อเลียนใครก็ไม่รู้
    คาดว่าจะเป็นท่ายามาโตะล้อเลียนดาราตลกคนนั้น แฟน ๆ เลยหัวเราะกันเกรียว
    (ล้อเลียนสองชั้น หึหึ)
    ยามาโตะเลยหันมาทำท่าคุณดาราตลกคนนั้นอีก  "เอ๋ ~!?!"
    เอาเข้าไปสิคับท่านผู้ชม - -
     
    จบช่วงเอ็มซีอันยาวนาน
     
    สรุปตูมาดูตลก ไม่ได้มาดูคอนเสิร์ต
     
    แล้วช่วงนี้ เหมือนฮิโรกิจะพูดะไรไม่รู้ แต่จำไม่ได้ เพราะขำจนท้องแข็งไปแล้ว
     
    รู้ตัวอีกทีก็ .. อ่าว ขึ้นเพลงชางไฮฮันนี้แล้ว
     
    เพลงนี้ก็ฟังแล้วสดชื่นสดใสเหมือนเดิม  ทำท่า "อิยาซาซ่า" กันด้วย
    ตอนจบยามาโตะก็  "มิ"  พร้อมแฟน ๆ แล้วก็เซย์ "แซงงงงงงคิวว" เหมือนเดิม
     
    เพลงต่อไป เพลงอิชินเดนชิน
    เพลงนี้มันน่ารักจริง ๆ ให้ตายดิ้น เพลงมันจังหวะดี เมโลดี้ก็น่ารัก ฟังแล้วอารมณ์ดี
    พอท่อน " เมส เซ จิ "  ทุกคนก็ร้องพร้อม ๆ กัน
    เราแอบจับได้ว่าจังหวะกลองมันเปลี่ยนไป 
    เราป่าวอุปทานนะจิบอกให้ มันเปลี่ยนไปจริง ๆ
    แต่ยังไงก็ยังโอเค
    เป็นเพลงที่มีเนื้อหาของคนมองโลกในแง่ดี
    แต่เพลงเรนจิก็เป็นแบบนั้นทุกเพลงอยู่แล้วนี่เนอะ อุฮึฮึ
     
    เพลงต่อไปเพลงยูโทเปีย 
    เพลงนี้ก็เนื้อหาแน่นดนตรีหนักเหมือนเดิม
    และพอถึงท่อนที่มีคนมาพูด ๆ  ทุกคนก็โบกมือกันสวยงาม
    เหมือนโดนสะกกดจิต
    เพราะดนตรีมันให้ความรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ
    อ้อ เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงที่นาโอโตะมีการเคลื่อนไหวร่างกายรุนแรงกว่าเพลงอื่น ๆ  หึหึ
     
    เพลงต่อไปเพลง เอฟฟรี่ซิง
    วุ้ย ถูกใจจริง ๆ เพลงนี้ตอนร้องสด มันสนุกกว่าฟังในซีดีอีกแฮะ
    ฟังในซีดีแล้วรู้สึกเป็นเพลงที่ธรรมดาไปหน่อย
    ตอนที่ฟังครั้งแรก รู้สึกว่าเพลงนี้เนื้อหาเหมือนเพลงแถมในซิงเกิ้ลซาโยนาระเพลงที่สอง
    (เพลงยาริสุกิ มัมโบ)
    เลยคิดไปว่า มันต้องเป็นเพลงที่แต่งมาเพื่อเอามาเลือกแน่ ๆ
    เพลงนี้ตอนไลฟ์ มีท่อนนึง มันเวิร์คจริง ๆ  ถ้าเทียบกับในซีดีก็คงเป็นช่วงนาทีที่สามเป็นต้นไปมั้ง
    มันกระแทกใจดังปั๊กเลยโรบิน
    ตอนจบมีเสียงหัวใจเต้นดังตึกตัก หึหึ
    ยามาโตะสุดยอดดดดด อู้ววว อ้าววววว  (- -")
     
    เพลงต่อไปเพลงเกรทเอสเคป
    ตอนที่ฟังเพลงนี้ในซีดี ก็รู้สึกชอบแต่ไม่ได้ชอบมากมาย
    แต่พอฟังตอนเล่นสด ๆ  ก็ ..
    เอาอีกแล้วคับ   ชอบขึ้นมามากขึ้นเจ็ดสิบห้าเปอร์เซนต์
    ตอนนาทีที่หนึ่งจุดสามสิบของเพลงในซีดี ตอนนั้นอ่ะนะ ตอนเล่นสด
    มันเว้นช่วงเงียบไปแป๊บนึง แล้วเรียวคุงก็เอาไมค์มาถูตรงกางเกง เสียงดังครืด ๆ
    แล้วมันก็เริ่มร้องท่อนที่จะเข้าสู่ท่อนฮุค   โอ เท่จริง ๆ เพลงนี้
     
     
    เพลงต่อไป เพลง ฟัตโตะ - -"
    เพลงนี้เราว่า อะไร อะไรก็ดีไปหมด แต่ท่อนตอนที่ยามาโตะนี่มันดูไม่เข้ากับเพื่อนเค้าเลย ฮ่าๆๆๆ
    แต่ให้อภัยได้  เพราะว่าตอนยามาโตะร้องว่า ไฮ้ .... !?! หน้าของเจ๊ปาลอยขึ้นมาเลย ฮ่าๆๆๆๆ
    เพลงนี้ชอบท่อนที่ฮิโรกิร้องสุดยอด สุดชีวิต สุดตีน
     
     
    เพลงต่อไปเพลงก็อดร็อก  อ๊าก นึกว่าจะไม่เล่นซะแล้น
    เฮียโยอ่าา >_< เท่มาก อ้ายยย
    ตอนที่ยามาโตะร้องว่า  "อู้วก็อดด !!  คัมม่อนน"  น่ารักมาก ๆ ก๊ากๆๆๆ
     
    พอจบช่วงเพลงหนัก ๆ
    เรียวก็ออกมาพูดขอบคุณ
    แล้วเรียวก็บอกว่า นี่จะเป็นเอมซีช่วงสุดท้ายแล้วนะ แล้วแฟน ๆ ก็ ทำเสียงเห ๆ กัน
    แล้วเรียวก็เล่าเรื่องอะไรให้ฟังเพื่อจะเข้าสู่เพลงอาสเทอริส
     
    ตอนแถว ๆ นี้ฟังไม่ค่อยออกแล้ว เพราะว่าหูอื้อไม่พอ เหนื่อยสุด ๆ สติไปหมดแล้ว
    แต่มีท่อนนึง โหย เรียวพูดซะสะเทือนอารมณ์มาก
     
    เรียวบอกว่า 
    "ช่วงเอ็มซีที่จะได้พูดกับทุกคนแบบนี้คงเป็นตอนสุดท้ายแล้วล่ะคับ  
    แต่ยังมีเพลงที่จะร้องอยู่อีก เพราะฉะนั้น หลังจากนี้ ก็ขอให้เพลงของพวกเราบอกเล่าเรื่องราวแทนคำพูดถึงทุกคนแล้วกันนะคับ "
     
    เรียวซามะ T^T ทำไมพูดซึ้งแบบนี้
     
    ก่อนพาเข้าสู่เพลง เรียวเล่าให้ฟังเรื่องนึง โหย ฟังแล้วขนลุกซุ่
     
    เรียวพูดว่า
     "ตอนที่แต่งเพลงนี้ขึ้นมา มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่คล้าย ๆ กับว่า มายืนอยู่ตรงจุดนี้แล้ว มันจะไปต่อได้อีกไกลแค่ไหนนะ(ทำหน้าซึ้ง แล้วพูดต่อว่า)
    ฮิโรกิ จะยังจำได้หรือเปล่าน้อ ที่เราสองคนมองขึ้นไปบนท้องฟ้านั่น แล้วช่วยกันแต่งเนื้อเพลงนี้ขึ้นมา ...."
     
    สาเหตุของอาการขนลุก
    1. เข้าใจความรู้สึกที่เรียวบอกว่า "ฟุอัน" (ภาษาอังกฤษก็คง วอร์รี่)
    2. มันเอาเรื่องเบื้องหลังระหว่างฮิโรกิและมันมาเล่าต่อหน้าธารณะชน !! แปลว่า คู่นี้ก็ใกล้จะเปิดตัวแล้วสินะ !?!
     
    แล้วเรียวก็หันหน้าไปข้างหลังมองหา ฮิโรกิ .. แต่ฮิโรกิ กำลังทำท่า หัวเราะอย่างเขินอายอยู่   (คงคิดไม่ถึงละสิว่าเรียวจะเปิดตัววันนี้ หึหึ)
    แฟน ๆ กรี๊ดกันสนั่นนนน ... นี่มันอะไรกันนี่
     
    คนที่เรียวมองหานั่นน่ะ คือฮิโรกิ แต่ นาโอโตะยังเอ๋อ ๆ เมาค้างในอารมณ์ศิลปิน เลยคิดว่าเรียวมองหาตัวเองอยู่มั้ง  เลยพยักหน้างึก ๆ
    แต่เรียวก็ .. ไม่เกรงใจ พูดออกมาว่า "ไม่ใช่เน่าโตะ  ผมถามฮิโรกิต่างหาก" แฟน ๆ ก๊ากกันแทบบ้า
    เน่าโตะก็ทำหน้าเหวอ ๆ ประมาณว่า อ้าว ไม่ใช่กูหรอ ไรงี้   โคตรฮาเลยให้ตายดิ้น
     
     
     แล้วเรียวก็รุกฮิโรกิใหญ่
     
    เรียว - จำได้มั้ย ฮิโรกิ ที่เมือง +++(ชื่อเมืองในโอกินาว่า) ไง (ทำเสียงหวาน)
    ฮิโรกิ  - (ทำหน้าแบบหนีไม่พ้นแล้ว) ใช่ ชั้นเป็นคนบอกนายเองว่า ให้มองไปที่ท้องฟ้านั่นแล้วมาเขียนเนื้อเพลงออกมากันเถอะ
    แฟน ๆ - กรี๊ดด วี๊ดปิ้ววววววววว
     
    เรียว+ฮิโรกิ  - (ขำกัน ขวยอายกันใหญ่   แหมะ ได้เปิดตัวซักทีสินะ)
     
     
    แล้วก็ได้ร้องเพลงกันซักที จีบกันอยู่นาน ("-..-) 
    เพลงอาสเทอริสค์เป็นเพลงทีดีจริง ๆ ให้ตายดิ้น
    ยิ่งได้รู้เบื้องหลังของคนแต่ง หึหึ ยิ่งชอบบบบบ
     
    ต่อจากเพลงนี้ก็คือเพลง
    ไลท์
    โอเค ลิงค์เพลงได้เข้ากันพอใช้ได้
     
    ต่อจากเพลงไลท์คือเพลงซาโยนาระ
    ฮิโรกิ เล่นกีตาร์
    เห็นได้ชัดว่าเทคนิคการเล่นกีตาร์ของฮิโรกิเปลี่ยนไป
    ไม่ได้อุปทานไปเองอีกเหมือนกันนะ แต่เป็นเรื่องจริง
     
    พอเพลงนี้จบก็ต่อด้วย เพลง ไซเลนท์ไนท์
    มีเอ็มวีประกอบด้วย
     
    สารภาพตามตรง
    เราตาจะปิดตั้งแต่ตอนเพลงซาโยนาระแล้ว หึหึ
    (จริง ๆ ตั้งแต่จะเริ่มอาสเทอริสค์แล้วล่ะ แต่ตอนก่อนอาสเทอริสค์ มันตื่นขึ้นมาวูบนึง  เพราะมีคนมาจีบกันอยู่ตรงหน้า นอนได้ไง ต้องเสือกก่อนสิ)
    ง่วงนอนสุด ๆ
    คอนบ้าอะไรวะนานชิบหาย    อ่าว  .... ว่าไปนั่นอีกตู
    ตอนเพลงไซเลนท์ไนท์ ภาพที่ขึ้นบนฉากหลังเวที ก็มีขึ้นพวกชื่อคอน  สเตป นี่ล่ะ แล้วก็ขึ้นว่า โอเรนจ์ เรนจ์  แล้วก็  ขึ้นว่า แซงคิวววว
     
    เพลงจบ ทุกคนก็โบกมือบ้ายบาย ลา   ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า อังกอร์มันเป็นของตายตัว หึ
     
     
    ทุกคนก็ตะโกนเรียกกัน
     
    "อัง โก รุ   อัง  โก  รุ    อัง   โก   รุ้วววววววว"
     
     
    แล้วก็หายไปนาน  .... นานนน
    นานกว่าที่คิดมาก ไม่รู้ทำไม
    ในใจก็คิด ออก ๆ มากันเหอะ  กรูง่วงนอน (=..=)
     
    แล้ว ทุกคนก็ออกมา
     
    ฮิโรกิใส่เสื้อเหมือนไอ่แตว แต่เป็นเวอร์ชันสีขาว
    เรียวเปลี่ยนกางเกง เป็นขายาว  ดูตันเชียว - -
    แล้วฮิโรกิ ก็บอกว่า  ขอบคุณมากสำหรับอังกอร์
    แต่ว่า  ผมปวดท้องจังเลย   (ไม่รู้พูดเล่นหรือพูดจริง)
     
    แล้วก็หันหน้าไปหาเรียว แล้วเรียวก็ทำหน้าแบบว่า เอาไงอ่ะ เอาไง    (รักกันเหลือเกินโว้ย)
     
    แล้วกิ๊ก็บอกว่า แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ และ เหลืออีกนิดเดียวเองด้วย คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ
    แฟน ๆ ก็เย้ ๆ ๆ
     
    แล้วฮิโรกิก็หัวเราะ แล้วพูดว่า  แล้วทุกคนไม่เป็นอะไรกันเลยหรอ มาทั้งสองวันแหนะ ?
     
    แฟน ๆ  -  ไม่เป็นไรค่า
    ฮิโรกิ   -  ไม่เป็นไรที่ผมถามนี่ ไม่ได้หมายถึงสภาพร่างกายนะ แต่ผมหมายถึง เงินน่ะ เงิน ไม่เป็นไรหรอ มาทั้งสองวัน ใช่เงินเยอะอยู่นะ
    แฟน ๆ  -  กรี๊ดดดดดดด ไม่เป็นไรค่า (หึหึ   แต่ตูเนี่ยสิเป็น ถึงจะมาวันเดียวก็เหอะ)
    ฮิโรกิ   - งั้นเพลงต่อไปเลยละกัน
     
    แล้วฮิโรกิก็พูดเกริ่นไปมาว่า เพลงนี้เนี่ย เป็นเพลงหน้าร้อนที่เสือกโผล่มาออกตอนหน้าใบไม้ผลิ ซึ่งอากาศยังเย็น ๆ อยู่
    แล้วก็เล่าให้ฟังอีกว่า ทั้ง ๆ ที่เป็นเพลงประกอบโฆษณาครีมกันแดดแท้ ๆ แต่ตอนแรกมันใส่คำนึงลงไปในเพลง ประมาณว่าเทพธิดาผิวสี อะไรงี้มั้ง
    แล้วทีมงานเลยบอกว่า "อย่าใส่นะมึง นี่มันเพลงโฆษณาครีมกันแดดนะ ใส่เข้าไปก็ซวยสิ พวกผมเลยต้องเอาออก "
     
    ฮิโรกิ "แทบจะต่อยกับทีมงานเลยนะจะบอกให้  เนอะยามาโตะซัง"
    แล้วยามาโตะก็  - อื้ออใช่ เลือดไหลซิบเลย
    แฟน ๆ ก็  เห จริงหรอออ ประมาณนี้
     
    แล้วฮิโรกิก็ถามยามาโตะว่า
    ฮิโรกิ  - เอาล่ะ เพลงที่พวกเราพูดกันอยู่นี้ชื่อเพลงอะไรคับยามาโตะซัง ?
    ยามาโตะ  -  ทาโกะสปริง - -"    (เพลงอิกะซัมเมอร์นั่นล่ะนะ  แต่นี่เป็นมุกของยามาโตะ ใครไม่เข้าใจเชิญส่งคำถามมาหลังไมค์)
    แฟน ๆ - ฮาบ้าง ไม่ฮาบ้าง
    ฮิโรกิ  - ฮ่า ๆ ๆ  ใช่คับ เพลงนี้ เป็นยังไงบ้างยามาโตะ
    ยามาโตะ -  (ตั้งท่าจะพูดอย่างจริงจัง ) เอ .. ก็สำหรับเพลงนี้นะครับ ก็ ....(แล้วก็โดนฮิโรกิพูดแทรก)
    ฮิโรกิ  -  อ้าว จะพูดอย่างจริงจังหรอเนี่ย  นี่นึกว่านายเตรียมจะเล่นมุกนะเนี่ย พอนายจะพูดจริงจัง เลยตกกะใจเลย
     
    ยามาโตะ - .........(เงียบไปสามสี่วินาที)  เอ่ออ กูไม่ได้เตรียมมาว่ะมึง (อ่าว .. คราวหลังช่วยเตี๊ยมกันก่อนนะจ๊ะ)
    ฮิโรกิ+แฟน ๆ  - ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
     
    แล้วตอนนั้น ฮิโรกิก็จะสร้างบรรยากาศให้รู้สึกว่าหน้าร้อนมาถึงแล้วก็เลยจะให้เล่นเวฟกัน
     
    ฮิโรกิก็บอกว่า ถ้าไม่นั่ง เวลาทำจะไม่สวย  ทุกคนก็เลยต้องนั่งกัน
    ตอนนั้นฮิโรกิพูดอย่างจริงจัง เหมือนโกรธใครมาอยู่ แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ หน้ามันก็ยังฮาอยู่ดี
    ฮิโรกิพูดว่าอะไรแล้วน้อ ???  คงพูดประมาณว่า ...
    เพลงหน้าร้อนเนี่ยนะ ถ้าไม่สร้างบรรยากาศให้มันดูเหมือนเป็นหน้าร้อน ก็จะร้องไม่ออก ?? หรืออะไรเทือก ๆ มั้ง
    แล้วก็บอกว่า เพราะฉะนั้น ขอความร่วมมือจากทุกคนด้วยคับ แบบนี้ล่ะมั้ง 
     
    ตอนนั้นก็นึกในใจ ตลกป่าว ? ที่แคบจะตายชัก เวลายืนยังแทบจะยืนขาเดียวเลย แล้วนี่จะให้นั่ง
    คงต้องขี่คอกันนั่งแล้วล่ะ
     
    แล้วเหมือนเรียวจะรู้ว่าในใจทุกคนคิดอะไรอยู่ ก็เลยพูดขึ้นมาว่า
     
    เรียว -  จะนั่งกันได้หรือเปล่าน้า ดูที่มันแคบเกินไปเนอะ
    แฟน ๆ - นั่งไม่ได้ค่า
    เรียว - (เหมือนกับตั้งท่าจะพูดกับสตาฟว่า ไม่ต้องนั่งก็ได้ แต่ฮิโรกิพูดแทรกอีกแล้ว)
    ฮิโรกิ  - คนที่นั่งไม่ได้ ......ก็กรุณาลงไปด้วยคับ
    แฟน ๆ - เห ~
     
    เรียว  - (หันไปทางฮิโรกินิดหน่อย) ไม่ได้ม้างง  ที่มันแคบ
    แฟน ๆ - ใช่ค่า นั่งไม่ได้
    ฮิโรกิ  - ถึงจะแคบ ก็กรุณานั่งลงไปเร็ว ๆ ด้วยคับ เร็ว ๆ เลยคับ  (มันปวดท้องอยู่จริง ๆ หรือเปล่าวะ ?)
     
     
    และแล้ว สาว ๆ ที่ตีหัวโป่งใส่บิกินี่ที่อยู่ข้างหน้าเราก็เริ่มออกโรงในช่วงนี้เอง
     
    ในขณะทีทุกคนนั่งลงกันหมดแล้ว  ถ้ามีใครยืนขึ้นมา ก็แปลว่า ....... ต้องเด่นน่าดูใช่มั้ย ? .........ใช่แล้ว
     
    พอฮิโรกิถามว่า ใครนั่งไม่ได้บ้าง เจ๊สองคนนี้ก็ลุกขึ้นอย่างมั่นใจแล้วพูดว่า นั่งไม่ได้คะ นั่งไม่ได้
     
     
    หึหึ
     
    ฮิโรกิ คงอึ้ง เพราะถึงกับยืนเท้าสะเอว แล้วพูดว่า
    "พวกเธอนี่ดูสดชื่นกันเหลือเกินนะ"
     
    ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
    แล้วฮิโรกิก็พูดว่า
     
    "มีคนไหนที่ยืนมาตั้งสองชม.เกือบสามชม.แล้วเพิ่งมารู้ตัวว่าที่นั่งตัวเองหายไปแล้วบ้างครับ ?"
     
    แฟน ๆ ฮากันใหญ่
     
    และก็เริ่มเล่นเวฟกัน   
    สวยงามดี
     
    แล้วตอนช่วงนี้เองที่เราไม่ค่อยเกตว่า มันเล่นมุก หรือว่ามันเป็นของจริง
    เพราะอยู่ดี ๆ มันพูดว่า   โอ๊ะ เดี๋ยวนะ ขอโทรศัพท์ก่อน
     
    แล้วมันก็หยิบโทรศัพท์ออกมากด - -   นี่ต้องเป็นมุกแน่ ๆ
     
    มันก็คุยกับคนในโทรศัพท์ว่า
     
    "ผมไปเป็นไรหรอกครับแม่ " -  -"    แฟน ๆ หัวเราะกันใหญ่ พร้อมกับเสียงพึมพำว่า "อ่อ แม่หรอ แม่หรอ"
     
     
    พอมันวางมันก็พูดว่า  ผมกดผิด ดันโทรไปหาแม่ซะงั้นน่ะ
    แฟน ๆ ก็ขำกัน งง ๆ กัน ว่านี่มันมุกหรือเรืองจริง ก๊ากๆๆๆ
     
    แล้วเล่นเวฟกันอีกครั้ง
     
    แล้วก็เริ่มเพลงแรกของอังกอร์
     
    อิกะ ซัมมมม่า~
    เพลงนี้ดีงาม เล่นสดแล้วสนุกสนาน ที่สำคัญ มีการเอาปืนฉีดน้ำมาเล่นกันด้วย  ตอนฮิโรกิวิ่งมาทางด้านเรา ฮิโรกิ ฉีดปืนมาทางเราด้วย กรี๊ด ๆ ๆ  - -"
    แต่พอมันเดินสวนกับเรียว มันก็เล่นกันกับเรียว แหมะ  ตอนนี้นี่ยามาโตะหาตัวตนไม่ได้เลยนะ  โลกนี้มีกันแค่สองคนรึไง
     
    แล้วพอเรียววิ่งมาทางด้านเรา เรียวฉีดน้ำ ปี๊ด ๆ มาโดนเราพอดี กรี๊ด ๆ ๆ   แทบจะอ้าปากรับ  (เอ่อออม)
    สรุปว่า เพลงนี้สนุกจริง ๆ
     
    แล้วก็เพลงต่อไปคือ เพลงแดนซ์ ๆ
     
    เพลงนี้เน่าโตะเอากีต้าร์ออก แล้วก็เปลี่ยนมาเล่นอีกอุปกรณ์อีกอันแทน เป็นคล้าย ๆ คีย์บอร์ด แต่คืออะไรก็ไม่รู้
    เพลงนี้ฉากบนเวทีที่เป็นโครงเหล็กรูปตัวโออาร์มันเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้ด้วย !! สวยงาม แสงสี เหมือนอยู่ในเทค ก๊ากๆๆ
    แล้วท่อนที่ปกติกิ๊ต้องพูด ๆ  อยู่ท่อนนึง  ก็เปลี่ยนเป็นภาษานาโงย่าว่า  "ด๊ะคาระ  เดระสุกิโย่ววววววว"  (แปลว่า ถึงได้บอกว่าโคตรชอบเลยไง)
     
    และก็มาถึงเพลงสุดท้าย
    จัมปีโอเน่
    เพลงนี้ถึงจะไม่ได้อยุ่ในลิสต์เพลงโปรดของเรา แต่ว่า อย่างที่บอก 
    พอฟังสด อะไร ๆ ก็ดูดีแช่มชื่นไปหมด  แล้วตอนเพลงนี้  เค้าก็ปล่อยสายรุ้งลงมาตรงอารีน่า
    คนที่อยุ่ข้าง ๆ เราเค้าคว้ากระโดด ยื่นมือคว้ากันสุดชีวิต รวมทั้งไอ่แตวด้วย
    แต่เรา หึหึ  ยืนอยู่กับที่ แค่ยื่นมือ   มือเราก็อยู่สูงกว่าทุกคนแล้ว
    แต่เห็นไอน้องข้าง ๆ มันหยิบไม่ได้ซักที   ไอ่เราก็เป็นนางเอก เลยยื่นมือออกไปแล้วปัดไปให้มันอันนึง
    เราเองก็เกือบหยิบไม่ได้  มาหยิบได้อันหลังสุด ก๊ากๆๆๆ  เกือบ ไปแล้ว เฮ้อ ๆ  นึกว่าจะเป็นพวกทำบุญไม่ขึ้นอีก
     
    และพอเพลงจบลง
    นั่นก็หมายความว่า
     
    อ๊ากกกกกก
     
    ไม่น้า ..... เค้าเกลียดการลาจากที่สุดเลย T_T
    ทุกคน ออกมาขอบคุณแฟน ๆ หน้าเวที โบกไม้โบกมือกัน แล้วเดินเข้าเวทีไป
     
    ..........
    ...........
    เรามองทุกคนเดินเข้าไปหลังเวทีแล้ว ....... น้ำตาจะไหล ....T_T 
     
    เพราะยามาโตะโผล่หน้าออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพูดกับทุกคนว่า " กลับบ้านดี ๆ นะทุกคน "
     
    โอยยยย น้ำตาจะไหล 
     
    ในที่สุด คอนเสิร์ตที่เราเฝ้ารอคอยที่จะดูมานานแสนนานก็จบลงแล้ว
     
     
    ทุกคน หน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม  มีความสุขกันถ้วนหน้า
    ...
     
    อา ช่างเป็นวันแสนสุขจริง ๆ เลย
     
     
     
     
    ไดอารี่คราวนี้ เขียนอยู่เป็นวัน แต่นั่งนึกอยู่เป็นเดือน  บางตอนนึกออกบ้างไม่ออกบ้าง
    แต่ทีนึกออกได้ละเอียดขนาดนี้ ต้องขอขอบคุณบล็อกเพื่อนแฟน ๆ โอเรนจิเรนจิชาวญี่ปุ่น
    และหนังสือกิ๊กส์ฉบับเดือนหก ที่เผอิญว่าเค้าเขียนรายงานคอนเสิร์ตวันที่เราไปดูมาพอดี
    เลยช่วยได้เยอะเลย ฮ่าๆ ๆ ๆ
    ขอบคุณพี่ผึ้ง และไอ่แตวด้วย ที่ไปดูไลฟ์เป็นเพื่อนกัน 
    อ้อ เมงุมิอีกคน แต่มันคงไม่มาอ่านหรอก ก๊ากๆๆ
     
     
     

    พรุ่งนี้ฝนจะตก ชิงซักผ้าไปก่อนแล้ววันนี้ วะฮะฮ่า

     
     
    และแล้ว เราก็ได้กินข้าวมันไก่
     
    ต้องขอขอบคุณเปิ้งเอ้และคณะ ที่ทำข้าวมันไก่ให้กิน
    สุดยอดแห่งความอร่อย  น้ำจิ้มเหมือนร้านขายข้าวมันไก่จานละยี่สิบห้าบาทเลย อร่อยมาก ๆ
     
    แล้วเมื่อวานไปงานวันเกิดพี่โน้ตมา  ก็ขอขอบคุณพี่หมูโน้ตด้วย เพราะว่า ทำอาหารสุดหรูเลี้ยงอีก
    มีแกงฮังเล วุ้นเส้นอบหม้อดิน ไส้อั่ว แล้วก็ ...ไข่ระเบิดทรงเครื่อง
    โอ โอ มีความสุข
     
     
     
    วันนี้ไม่สบาย เจ็บคอสุด ๆ
    April, 2007

    คิดถึงแมวคิดถึงแม่คิดถึงพ่อ

    ฮือ .. ฮือออออ
    ฮืออออ ฮืออออออ
    ฮืออ ๆๆๆๆ
    ฮืออ ๆ ๆ ๆ
     
     
     
    อยากกินข้าวมันไก่ ข้าวหมูกรอบ ข้าวหมูแดง
    อยากกลับไปนอนที่นอนอุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยขนอีเหมียวสุเกะ
    น้องเมี้ยวลายเป็นไงบ้างวะ
    ฮืออ ลังซีดีที่แอบขนเอาไปไว้ใต้โต๊ะราขึ้นหรือยังก็ไม่รู้
    หนังสือแปลและการ์ตูนทั้งหลายที่เคยซื้ออ่านคงปลวกแดกไปหมดแล้วมั้ง
    กีตาร์ที่พ่อซื้อให้สนิมคงขึ้นสายแล้ว
    ได้ข่าวว่า เครื่องเล่นดีวีดีก็ลำโพงเจ๊งแล้วด้วย
     
    ฮืออ
     
     
     
    January, 2007

    แนะนำเพลงเพราะ

            I'M     HAPPY     BECAUSE     I'M     STUPID

    http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=6747

            I'M     HAPPY     BECAUSE     I'M     STUPID

    http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=6748

            I'M     HAPPY     BECAUSE     I'M     STUPID   

    http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=6749

            I'M     HAPPY     BECAUSE     I'M     STUPID

    http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=6750

    January, 2007

    ไปเที่ยวโตเกียวมา

    ก็เป็นตามที่เห็นดังรูปนะคะ
    เด้อค่ะเด้อ
    December, 2006

    ฝันไป...หรือเปล่า

     

     โอ้วแม่เจ้า ตั๋วคอนโอเรนจิเรนจิ  ... *-*

    เราจะได้ไปดูคอนโอเรนจิเรนจิแล้วจริง ๆ หรอเนี่ย

     

    อะจึ๋ย บรึ๋ย ๆ ๆ ๆ  ฝันอยู่หรือเปล่าเนี่ย แว้กกกกก

    December, 2006

    สิบหกธันวา (วันเกิดใครป่าว?)

    สิบหกธันวาคม ....

     

    วันนี้วันเกิดใคร - -?

    ช่างมัน ยังไงก็นึกไม่ออก

    เอาเป็นว่าเมื่อวานวันที่สิบห้า แล้ววันนี้วันที่สิบหก

    แล้ววันที่สิบห้าก็ไปกินไอติมฮาร์เกนดาสซ์มา

    ไอ่แตวเหยื่อรายที่หนึ่ง

    พี่ยอดผู้นำขบวนการ

    เหยื่อนัมเบอร์ทูว

     

    กินเข้าไปดิ ห้าก้อน จะบ้าป่าว

    รสอาโวกาโดอ้วกจะแตกมาก รสชาติเหมือนขนุนเน่า
    รสอื่นก็เรื่อย ๆ
    หวานแสบไส้ดี
    อร่อยสุดก็คงรสแมคคาเดเมียที่แสนจะชื่นชอบ

    แล้วก็กลับ ไปดูหนังบ้านพี่ยอด
    โดยมีเหยื่อรายที่สามตามมาคือพี่หมูโน้ต

    กลับบ้านตีสาม

    แต่ไม่ได้เข้าบ้านหรอก ก็เสือกทำกุญแจบ้านหายซะนี่
    เดชะบุญ เห็นห้องเอ้เปิดไฟอยู่
    ดีนะเนี่ยที่เอ้ฟิตจัด อ่านหนังสือยันตีสาม (ทั้ง ๆ ที่เป็นวันศุกร์)
    เอ้กลายเป็นเหยื่อนัมเบอร์วันของเราไปเลย

     

    ตื่นมาบ่ายโมง - - ลงไปขอกุญแจที่สำนักงานข้างล่าง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้แปรงฟัน

    เอิ่ม ..

    ช่างมัน .. ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

     

    กลายเป็นของที่ขาดไม่ได้อีกต่อไปแล้วชีวิตนี้
    ขาดมันแล้วชีวิตมืดมน เหมือนหมูดำเดินหัวทิ่มหัวตำ
    ช่วงนี้เลยต้องใส่ตลอดเวลา ไม่งั้นเดี๋ยวเดินตกร่องขาพลิกอีกตู

    คอนเวิร์สพื้นราบ ตั้งแต่ใส่คู่นี้ยังไม่เคยขาพลิก เลยใส่มาเรื่อย ๆ
    (เดี๋ยวพูดไม่ทันขาดคำ เดี๋ยวมันพลิกพรุ่งนี้ให้เลย)

    เสร็จแล้วก็ออกจากบ้านต่อ เพราะไม่อยากนอนแล้ว

    ปั่นจักรยานเล่นไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็มาเหนื่อยเป็นลมตรงหน้าบ้านพี่เสา
    ก็แวะเข้าไปคุยนิดนึง

    แล้วก็แวะไปหาไอ่แตวด้วย ขี้เซามาก จะสี่โมงแล้วเพิ่งจะตื่นมากินข้าวเช้า ชิส์
    เลยยึดหนังสือมันมาอ่านก่อน หึหึ
    ชื่อเรื่องจดหมายจากฆาตรกร

    ตอนนี้เป็นหนังที่เข้าโรงอยู่ที่นี่
    แต่สงสัยหนังดราม่าคงสู้แรงหนังซัสสุเปนตามกระแสอย่างเดธโน้ตไม่ได้
    เลยเหมือนจะออกจากโรงไปแหล่ว เฮืออก

    นี่... ซูมเข้าไป หึหึหึ วะฮะฮ่า
    เราไม่ได้พูดอะไรนะ รูปมันฟ้องเฉย ๆ
    หึหึหึ หุหุหุ โหะโหะโหะ

     

    แล้วก็ ออกไปข้างนอกกับพี่เสาต่อ
    พี่เสากลายเป็นเหยื่อรายที่สองของวันนี้

    ขากลับแวะซื้อของกินที่ร้านเดลิ
    ขอกินขอที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวซักวันเหอะวะ
    กินแต่บะหมี่มาทุกวันและ

    น่ากินมาก

    มีปลา ผักโขมคลุกงาคลุกอะไรซักอย่างนี้ล่ะ แล้วก็ ไก่ผัดกับอะไรไม่รู้หวาน ๆ เค็ม ๆ อร่อยเหาะ

     

    กินหมดเลยวะฮะฮะ

    จบไปอีกหนึ่งวัน